กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
Lobby / Re: ระบบไฟ สำหรับเครื่องเสียงในคอนโด
« กระทู้ล่าสุด โดย supotboon เมื่อ วันนี้ เวลา 07:27:41 »
ผมใช้ breaker Hifi Tunning แบบมีลูกฟิวส์ ส่วนสายไฟใช้ สายไฟก้อง ของคุณธีรวัฒน์ เดินมาเข้าหม้อแปลง Isolate Stepdown อีกที (ผมใช้เครื่องไฟ 100V)
2
Lobby / Re: ระบบไฟ สำหรับเครื่องเสียงในคอนโด
« กระทู้ล่าสุด โดย pjpjpj เมื่อ วันที่ 21 สิงหาคม 2017, 22:00:54 น. »
สวัสดีครับ พอดีกำลังรีโนเวทคอนโด (คอนโดเก่าประมาณ 20 ปีแล้ว) อยากรู้ว่าเราควรทำระบบไฟอะไรในคอนโดบ้างครับ ขอความรู้และประสบการณ์จากพี่ๆหน่อยครับ

ชุดเครื่องเสียงย่อมเยา Integrated amp, เครื่องเล่นแผ่นเสียง, CD, network player, bookshelf speaker

ที่คิดไว้คือ
-เปลี่ยน breaker audio grade ในตู้เมน สำหรับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ (มีตัวไหนน่าเล่นบ้าง)
-เดินสายไฟตรงมาที่ชุดเครื่องเสียง (สายตัวไหนดีครับ เล็งๆ Cardas in wall ไว้ แต่ค่าตัวค่อนข้างสูง อาจจะใช้ Lapp Kabel แทน)
-ใช้ปลั๊ก audio grade
-เครื่องกรองไฟ จำเป็นไหม?
-เดินสายกราวด์แยก แล้วทำ ถัง acrylic ใส่ดิน ฝังแท่งทองแดง ไว้ที่ระเบียง พอมีพืนที่ทำได้นิดหน่อย

พี่ๆท่านใดพอมีประสบการณ์ ขอความรู้หน่อยครับ
ห้องผมก็เป็นคอนโด หัวข้อเน้นสีดำผมทำแล้วทั้งหมด แจ่มมากๆ เหลือหัวข้อสุดท้ายที่ยังมะได้ทำเพราะหาดินเหนียวไม่ได้  :yoyo (100):

น้า Supotboon ใช้สายไฟ, breaker อะไรครับ แล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ
3
Lobby / Re: ขอถามอายุการใช้งานของลำโพงครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย sunsern เมื่อ วันที่ 21 สิงหาคม 2017, 19:39:59 น. »
Wharfedale 304 ซื้อมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตัวตู้เปื่อย แต่กรวยยางยังดี ทิ้งไปเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา
http://www.stereo.net.au/forums/topic/62107-vintage-wharfedale-304-measurements/

ตอนนั้นผมซือจากอัฏฏางค์ ได้ราคามา 3800 บาท หลังจากนั้นซื้อ Mordaunt Short Avant 902i ใช้มาสิบกว่าปี ก็ยังอยู่ในสภาพเหมือนใหม่ ผมว่าลำโพงเดี๋ยวนี้มันทนเอาเรื่องครับโดยเฉพาะพวกทำขอบเป็นยาง
4
Lobby / Re: สอบถามเรื่องกำลังของแอมป์กับลำโพงครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย sunsern เมื่อ วันที่ 21 สิงหาคม 2017, 18:44:09 น. »
ผมดูจะใช้วิธีที่ใช้กันในแบบโบราณครับ

คือดูว่าเราฟังดังเท่าไหร่ก่อน เช่น 86 db ดังสุดที่ฟัง 90 db ดังนั้น peak music ที่ฟังประมาณ +6 ถึง + 10 db

เอาเป็นว่า 100 db peak ก็แล้วกันนะครับ ลำโพงผมไว 87 db/w/m ผมฟัง 2 เมตร ก็เหลือประมาณ 84 db ดังนั้นผมต้องการอัดตราการขยาย 16 db

Watts      dB (rel to 1 watt)
1             0
2             3.01029996
5             6.9897
10           10
50           16.9897
100         20
200         23.0103
300         24.7712125
400         26.0205999
500         26.9897
1000       30

จากสูตรนี้จะเห็นว่าห้องฟังผมต้องการแอมป์ 50 วัตต์ก็เพียงพอครับ แต่ปัญหาคือแอมป์ 50 วัตต์หากให้ขับเต็มกำลังมักมีความเพี้ยนที่ 50 วัตต์สูง โดยปกติควรจะเผื่อการทำงานอีกนิดก็เป็นซัก 80-100 วัตต์เพื่อให้ความเพี้ยนต่ำ

หมายเหตุ แอมป์ส่วนใหญ่จะมีความเพี้ยนต่ำสุดที่กำลังขับ 10-50% ของกำลังขับสูงสุดครับ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ควรออกแบบให้แอมป์ทำงานที่ย่านนี้ หากแอมป์ทำงานนอกช่วงนี้คือ ขับใกล้พิกัด หรือน้อยกว่าพิกัดมากๆ ก็มีความเพี้ยนสูงครับ จากตัวอย่างข้างบนช่่วงการใช้งานแอมป์ผมจะอยู่ที่ประมาณ 3-50W

อันนี้เป็นตัวอย่างของspec ในแอมป์ที่ผมใช้ จะเห็นว่าผู้ผลิตเคลมค่าที่คิดว่าดีที่สูด
Harmonic Distortion 0.002%       1kHz, 0.015%       20kHz 10W - 8Ω
                    0.0025%       1kHz, 0.03%       20kHz 50W - 8Ω

ในขณะเดียวกันก็มีแอมป์จำนวนหนึ่งที่ออกแบบให้เป็น class A ในช่วงที่กำลังขับต่ำๆ ก็จะแก้ปัญหาเรื่องความเพี้ยนที่กำลังขับน้อยๆ ไปได้เช่นของ pass แต่ผมไม่มีเงินซื้อก็เลยต้องคำนวนมากหน่อยครับ

ในขณะเดียวกันผู้ผลิตบางรายกลับผลิตแอมป์ที่มีความเพี้ยนต่ำมากที่น้อยกว่า 10W แต่พอกำลังขับที่มากกว่านั้นก็จะมีความเพี้ยนสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกันผู้ผลิตบางรายกลับเคลมที่กำลังขับสูงสุด แต่พอกำลังขับต่ำกว่านั้นก็เพี้ยนมาก

ทั้งนี้ต้องดูให้พอดีระหว่างกำลังขับที่ใช้งานจริงและความเพี้ยนครับ จะได้รีดประสิทธิภาพของแอมป์ได้สูงสุด
5
Member systems / Re: ขอรบกวน ถามไม่ทราบถูกห้องไหม. พอดีมีลำโพง ls50 อยากหาแอมป์ ครับ.
« กระทู้ล่าสุด โดย owen เมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม 2017, 10:13:14 น. »
กราฟการตอบสนองความถี่ของ kef คู่นี้เที่ยงตรงกว่า รุ่นในอดีต เหมือนแกงจืดไม่ใส่เครื่องปรุงครับ แล้วแต่ชอบครับ สำหรับแอมป์เห็น 85  db ถ้าห้องฟังกระทัดรัด ไม่ต้องกล้ามโตก็ได้ครับ  ที่ ตปท. ผมดูๆ youtube หลายๆ
ชุด ก็เห็นแอมป์ที่ขับ ไม่ได้เน้นออก หมด ออกไม่หมด แค่เสียงออกมา พอใจก็พอ อย่าซีเรียสครับ คราวหน้าค่อยขยับต่อครับ
6
Lobby / Re: งานเครื่องเสียงฮ่องกง
« กระทู้ล่าสุด โดย arcoxia เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2017, 22:16:55 น. »
น่าไปมากครับ
เทียบกะบ้านเรานี่ ถือว่าเงียบเลย
7
Lobby / Re: สายไฟ หรือ เครื่องกรองไฟมีอายุการใช้งานมั้ยครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย arcoxia เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2017, 21:52:21 น. »
อ้างถึง
สายไฟ การเสื่อมคือ

ออกไซด์ ที่ผิวตัวนำตรงหน้าสัมผัส - ในส่วนนี้ขัดออกก็หาย
ออกไซด์ ที่ผิวตัวนำด้านใน - เนื่องจากฉนวนเสื่อม หรือเป็นฉนวนรุ่นเก่าไม่ใช่การ extrude ในการผลิต อันนี้จะทำให้เสียงแหลมกุดๆ ซึ่งไม่เห็นผลมากนัก

แล้วพวกสายไฟของแอมป์วินเทจหล่ะครับ น้าสรรเสริญ เพราะบางตัวนี่ อายุ 30ปี อัพทั้งนั้น แต่เท่าที่เคยยกมาใช้ ตัวสายมันก็อยู่ในสภาพดีแทบทุกตัว ทุกเส้น

อันนี้ผมถามพรรคพวกที่ผลิตสายไฟเขาบอกดังนี้ครับ

สายไฟ รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า หนึ่งเส้นหรือหนึ่งตัวจะมีอายุการใช้งาน "เฉลี่ย" ที่ 20 ปี และมีอายุการเก็บ 40 ปี

ความหมายคือ

สายไฟหนึ่งเส้นนั้นเวลามันถูกใช้งานที่พิกัดเต็มที่จะมีความร้อนประมาณ 90 องศา ซึ่งหากใช้งานแบบนี้จะมีอายุการใช้งาน 10 ปี
แต่ในการออกแบบทั่วไปนั้นจะมีการใช้งานแค่ 70% ของพิกัด ดังนั้นความร้อนที่เกิดขึ้นมันลดลงครึ่งหนึ่งอายุมันก็จะได้ 20 ปี

เมื่อพิจารณาเรื่องอายุการเก็บ 40 ปี นั้นคือจะต้องมีอุณหภูมิ + - 30 องศา ซึ่งหากเก็บในร่มปกติก็จะอยู่ได้ไม่น้อยกว่า 40 ปี และการเสียก็ไม่ได้หมายถึงหมดอายุ เพียงแต่มันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเท่านั้น
ขอขยายความคำว่าไม่เต็มประสิทธิภาพหน่อยครับ มันแปลว่าโครงสร้างฉนวนเริ่มมีการเสื่อม ซึ่งโดยปกติมันก็จะมีความชื้นเข้าไปผสมด้วยหรือเกิดโพรงอากาศภายในเนื้อฉนวน ดังนั้นมันจะเกิดผลคือ
- ค่าความทนได้ต่อแรงดันน้อยลง เช่น สายไฟปกติทนได้ 700 Volt มันก็อาจเหลือ 500, 400, 300, 200... แต่หากเมื่อมันเป็นสายลำโพงแรงดันไม่เกิน 50Volt โอกาศลัดวงจรมันไม่เกิดขึ้นเลยหากมันไม่แตกอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเราจึงเห็นสายลำโพงในอาคารที่มีอายุเกิน 40 ปีใช้งานอยู่ปกติ
- ค่า capacitance เปลี่ยนแปลง อันนี้ซิครับเมื่ออายุมันเกินปกติแล้วเสียงมันก็เปลี่ยน แต่กว่ามันเปลี่ยนก็เลย 40 ปี ดังนั้นคนที่เคยฟังเสียงเดิมไว้หูคงเสื่อมแล้วครับ หรือก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรู้ว่าเสียงเดิมเป็นอย่างไร ซึ่งเสียงที่เปลี่ยนอาจเป็นเสียงที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้

ดังนั้นหากใช้งานแบบบ้านๆ ในห้องฟังพบว่า
ทำอย่างไรเราก็ไม่เคยใช้งานถึง 70% ของโหลดด้วยซ้ำ แถมไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา และอุณหภูมิในห้องไม่เกิน 40 องศา และคงไม่โดนแดดโดยตรง ดังนั้นอายุการใช้งานจะมีอายุ 20-40 ปีอย่างเต็มประสิทธิภาพ(ของฉนวน ไม่เกี่ยวกับออกไซด์) เมื่อเลยเวลานั้นฉนวนจะเริ่มเสื่อมลงครับ

ทีนี้สายไฟในแอมป์หลอดนี่จะมีอายุสั้นกว่ามากเพราะต้องอบอยู่ในความร้อน แต่อย่างไรก็ตาม 10 ปี ก็เป็นอายุอย่างน้อยอยู่ดีหากใช้งานตลอดเวลาครับ แต่สายไฟในแอมป์วินเทจต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดีอย่างที่น้าว่านั้นมันเป็นอายุเก็บมากกว่าอายุใช้งานครับ 10ปี = 86,400 ชั่วโมง ไม่รู้แอมป์วินเทจตัวที่เก็บๆกันนั้นมันเคยใช้งานเกิน 400 ชั่วโมงหรือเปล่ายังไม่รู้เลยครับ และผมเคยเล่นแอมป์ซันซุย และมาร้านท์ สมัยก่อนเขาจะใช้ปลอกสายไฟที่เป็นผ้า(เหมือนสายเตารีดสมัยก่อน) หุ้มอีกชั้นเวลาที่สายมันเดินผ่านขั้วหลอดซึ่งมีความร้อนสูง แต่แอป์หลอดสมัยใหม่หากทำโดยบุคคลที่มีความรู้เรื่องสายไฟเพียงพอเขาจะใช้สายทนความร้อนสูง 250องศาแทนเพื่อให้อายุการใช้งานยาวนานโดยไม่ใส่ปลอกสายแบบสมัยก่อนครับ

อย่างนี้น้าสรรเสริญบอก จริงๆ ก็ไม่ต้องกังวลเริ่มอายุสายไฟเท่าไหร่เลย สบายใจ แต่ว่า oxide นี่ ตรงผิวสัมผัส ส่วนใหญ่ใช้อะไรขัดกันครับผม กัวเดี๋ยวขัดแล้วยิ่งจะแย่ลงง
8
Lobby / Re: งานเครื่องเสียงฮ่องกง
« กระทู้ล่าสุด โดย iCe เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2017, 20:52:05 น. »
 :yoyo(65):  :yoyo(65):  :yoyo(65):
9
Lobby / Re: สอบถามเรื่องกำลังของแอมป์กับลำโพงครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย NooM เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2017, 16:23:40 น. »
สเป็คที่ระบุกำลังขับของลำโพง ใช้สำหรับระบุขอบเขตความปลอดภัยที่ลำโพงรับได้

ลำโพงที่รับกำลังขับได้มากกว่าหรือน้อยกว่า ไม่ปรากฎว่ามีผลกับการแมทชชิงทางเสียงครับ

ดูสเป็คความไว( sensitivity ) กับความต้านทานดีกว่าครับ( nominal impedance )

นอกจากตัวเลขแล้ว ต้องดูอย่างอื่นด้วยอย่างเช่น ไดร์เวอร์ประเภทไหน ไดนามิก หรืออีเล็คโตรสตาติค

จำนวนไดร์เวอร์ ลักษณะของตู้โหลด ตู้เปิด ตู้ปิด ทรานสมิชชันไลน์.......ฯลฯ


ที่จริงมีตัวเลขสเป็คอีกตัวนึงที่ไม่มีเจ้าไหนระบุมาสักเจ้า แต่ผมคิดว่ามันสำคัญกับการแมทชิ่งก็คือค่า Q ของไดรเวอร์

( เป็นพารามิเตอร์เชิงคุณภาพค่านึง )ถ้าไดร์เวอร์มีค่า Q สูง จะไม่ชอบแอมป์ที่มี voltage source characteristic

ที่มีแดมปิงแฟคเตอร์สูงหรือเอาทฺพุทอิมพิแดนท์ต่ำๆ แต่จะชอบแอมป์ที่มีบุคลิกประเภท current source ที่มีอิมพิแดนท์สูงๆ

แต่เพาเวอร์แอมป์ในตลาดส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาใน voltage mode ทั้งนั้น แอมป์ตลาดที่มีบุคลิกใกล้เคียงแบบ current mode

ที่สุดก็คือแอมป์หลอดซิงเกิลเอนด์ครับ ส่วนแอมป์ใน current mode แท้ๆ ในตลาด เท่าที่ผมทราบก็มี First Watt F1 ,F2

F1J ,F2J ของปู่ Nelson Pass
10
Lobby / Re: สอบถามเรื่องกำลังของแอมป์กับลำโพงครับ
« กระทู้ล่าสุด โดย vichien เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2017, 15:34:29 น. »
กับเพลงหลงเสียงนาง เพลงฟังสบายๆ มีตูมตามบ้างสักเพลงสองเพลงต่อการฟังนานๆครั้ง สำหรับผมเท่าที่เคยใช้แอมป์วัตต์เยอะๆมาบ้าง
สำหรับแนวเพลงที่ผมว่ามา แอมป์วัตต์น้อยกลางๆ จะฟังได้อิน นานกว่า ยิ่งแอมป์ที่แดมปิ้งแฟคเตอร์ไม่ต้องเยอะมาก จะให้เสียงนุ่มน่าฟังกว่าแอมป์เป้งๆมากๆครับ
อย่าง วันก่อน ไปโคไนซ์ ctw เค้าต่อ nht c3 กับ nad326bbe ฟังแล้วก็เพราะดีออก รายละเอียดเพลง ก็มีมาครบ (jennifer warnes - hunter) เปิดก็ดัง ผมหล่ะสงสัย มันไม้ไหวตรงไหน ฟังแนวนี้ มันก็เข้ากันดีอยู่นิ
สมัยก่อนตอนยก nad315bee มาใช้ ได้เปิดฟังเทียบกับ 356,375 เปิดกับ psb t-45 ผมก็ว่า แอมป์ตัวเล็กฟังถูกหูเกินพอแล้ว ...เปิดดังมากจนน้องเค้าต้องปิดประตูทางเข้าเลยนะครับ (แผ่น fim 2)
หน้า: [1] 2 3 ... 10