ผู้เขียน หัวข้อ: แท่นหมุนทองของผม  (อ่าน 9218 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ krairerk

  • Moderator
  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,580
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: วันศุกร์ 04 มีนาคม 2016 เวลา 22:21 น. »
อยากอ่านรีวิวพี่แอนดี้ ระหว่างใช้ กับไม่ใช้ sds mat  ครับ
แผ่นเสียงไม่ใช่ปัจจัยสี่ ไม่มีไม่ตาย

ออฟไลน์ naimnatnod

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,425
  • เพศ: ชาย
    • Siriwan Guesthouse
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: วันศุกร์ 04 มีนาคม 2016 เวลา 22:43 น. »
ได้ครับ เดี๋ยววีคเอนด์นี้จะลองเปรียบเทียบแบบจริงๆจังๆให้ :yoyo(58):

อยากอ่านรีวิวพี่แอนดี้ ระหว่างใช้ กับไม่ใช้ sds mat  ครับ
ไทย จีน อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส ออสเตรเลีย

คนไทย เลือดจีน อยู่อเมริกา ใช้ซิสเตมส์ของอังกฤษ หัวเข็มจากญี่ปุ่น ขี่รถเยอรมัน โทรศัพท์ทำจากเมืองจีน ใส่นาฬิกาสวิส มีพี่สาวอยู่ออสเตรเลีย


ออฟไลน์ naimnatnod

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,425
  • เพศ: ชาย
    • Siriwan Guesthouse
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: วันพุธ 09 มีนาคม 2016 เวลา 15:13 น. »
ตามคำขอคุณหมอไกรฤกษ์ครับ วันนี้จะมามินิรีวิวกับ Sound Dead Steel (SDS) IsoPlatMat โดยเฉพาะครับ ว่า Mat ราคาห้าพันกว่าบาทตัวนี้มีผลทำให้เสียงดีขึ้นและตัดเสียงฮัมออกได้หรือไม่

ช่วงวีคเอนด์ที่ผ่านมาผมก็ได้ลองแบบตั้งใจเป็นชั่วโมงเหมือนกันหลังจากกลับมาจากดูหนังกับลูกชายเรื่อง London Has Fallen (มันมากครับ)

ผมจะเล่าให้ฟังซักสามแทรคนะครับ เพลงแตกต่างกันพอสมควร

เริ่มต้นด้วยแทรค Field of Gold ของ Eva Cassidy ที่ผมคุ้นและชอบมาก สลับไปมาหลายรอบมาก ฟังแล้วจับความแตกต่างได้ว่า เสียงร้องของเธอใกล้เคียงกันมากสำหรับใส่ SDS mat กับ ไม่ได้ใส่ แต่ในส่วนของกีต้าร์ที่เล่นคลอเคลียไปกับเสียงร้องอันเหงาๆของเธอนั้น ผมชอบเสียงที่ใส่ SDS mat มากกว่า มีความรู้สึกว่าเสียงกีต้าร์จะเป็นตัวเป็นตนตามโน็ตได้ข้อนข้างง่ายกว่า ไดนามิคดีกว่า not too boring แต่กว่าจะจับได้ก็ต้องฟังกันหลายรอบจริงๆ สรุปยกนี้ SDS mat ให้เสียงที่ผมชอบมากกว่าครับ


มาถึงแทรคที่สอง ผมเลือกเอาเพลง One Flight Down ของ Norah Jones จากชุด Come Away With Me แผ่น 200g ปกเปิด มาฟังเปรียบเทียบ เพราะว่าเสียงของเธอที่มีเสน่ห์และดนตรีที่ช้าแต่มีครบเสียงทุกย่าน  ฟังสลับไปมาหลายรอบอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มากเท่ากับของ Eva แทรคนี้ฟังความแตกต่างได้ง่ายกว่าเยอะ น้ำเสียงของ NJ ใกล้เคียงกันมาก แต่ในส่วนของดนตรีโดยเฉพาะเสียงเปียโนกับเบสนี่ SDS mat กินขาดครับ เสียงเป็นสามมิติมากกว่าอย่างฟังได้ชัด และเสียง cymbals นี่มันเด่นออกมาแบบที่ไม่ต้องตั้งใจฟังมากนัก สรุปยกนี้ SDS mat ให้เสียงที่ผมชอบมากกว่าครับ


แทรคสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงคือ Tin Pan Alley จากอัลบั้มชุด Couldn't Stand For The Weather ของ Stevie Ray Vaughan ซึ่งเป็นเพลงโปรดจากแผ่นโปรดที่ผมเก็บสะสมไว้สี่ห้าแผ่นได้ แผ่นที่เอาออกมาฟังนี้เป็นปั้มของ Holland รุ่นแรก 1984 แทรคนี้เสียงกีต้าร์ Fender ของ SRV มีพลังมากครับไหลลื่นและไดนามิคสุดยอดจริงๆ ทั้งใส่ SDS Mat และไม่ใส่ แต่ผมให้คะแนนที่ใส่ SDS Mat มากกว่าค่อนข้างง่าย เสียงมีพลังและพุ่งแบบสะใจมากครับ และเสียงกลองก็มีมิติอยู่ลึกเข้าไปข้างหลังพอสมควร สรุป SDS mat ครับ ให้เสียงที่ผมชอบมากกว่าครับ



การเปรียบเทียบครั้งนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรทั้งสิ้น เวลาไม่ได้ฟังเปรียบเทียบกัน ถ้าไม่ได้ใส่ SDS mat ก็มีความเพราะ ไม่ได้หมายความว่าขาด SDS mat ไม่ได้ แต่ถ้ามีแล้วผมก็ใส่ไว้ตลอดครับ มีแต่ผลดี ส่วนผลเสียผมยังไม่เจอครับ  ผมลองกับเครื่อง Pioneer PLX-1000-n ซึ่งคิดว่าตระกูลนี้ (Technics SL1200 style) platter จะยังมี resonance อยู่ สังเกตุได้จากการเคาะดูจะมีเสียงกังวาลอยู่บ้าง แต่พอวาง SDS mat ลงไปแล้วลองเคาะดูใหม่ จะไม่เสียงกังวาลตอบกลับใดๆทั้งสิ้น เวลาผมเอา SDS mat ออก ผมได้ใส่ mat (leather) เพิ่มเข้าไปเพื่อให้มุม VTA ใกล้เคียงกันกับตอนที่ใส่ SDS mat ส่วนเรื่อง ฮัม นั้น ผมโชคดีครับเปิดฟังที่ขนาดเสียงดังกว่าปกติ (ที่ 12 นาฬิกา) ก็ยังไม่มีเสียงฮัมให้ได้ยินนอกจากว่ายกโวลลุ่มไปจนสุด ถึงจะมีเสียงฮัมน้อยๆออกมาทางลำโพง ผมเลยไม่ทราบว่าเวลาเล่นผ่านเจ้า SDS mat แล้วจะช่วยได้แค่ไหน

อุปกรณ์ที่ใช้ฟังเปรียบเทียบ
Amplifier - Naim NAP-200
PreAmplifier - Naim NAC-202
Turntable - Pioneer PLX-1000-n Gold Limited Edition
Phono Cartridge - Paradox Pulse Denon DL-103r Black
Pre-Phono - Emotiva XPS-1 - MC set at 470 ohms.
Cables - Electronics - all Nail, Phono - Emotiva
Main Mat - Suede (both sides) leather
2nd Mat - Suede (both sides) leather
Test Mat - SDS IsoPlatMat
Speakers - Spendor S6e
Speaker cables - Naim Naca-5
Analog to Digital - Cheap Numark
Recorder - MacBook Air 13"
Recording software - WaveLab

สรุปสุดท้ายครับ เสียเงินครับ  :yoyo (100):
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันพุธ 09 มีนาคม 2016 เวลา 15:28 น. โดย naimnatnod »
ไทย จีน อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส ออสเตรเลีย

คนไทย เลือดจีน อยู่อเมริกา ใช้ซิสเตมส์ของอังกฤษ หัวเข็มจากญี่ปุ่น ขี่รถเยอรมัน โทรศัพท์ทำจากเมืองจีน ใส่นาฬิกาสวิส มีพี่สาวอยู่ออสเตรเลีย


ออฟไลน์ krairerk

  • Moderator
  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,580
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: วันพุธ 09 มีนาคม 2016 เวลา 23:25 น. »
ขอบคุณพี่แอนดี้ครับสำหรับรีวิว
ผมสนใจตัวนี้มาก ในใจกลัวอย่างเดียวว่าจะสลาย resonance มากไปจน ambient หาย
ไม่เป็นใช่ไหมครับ ??
แผ่นเสียงไม่ใช่ปัจจัยสี่ ไม่มีไม่ตาย

ออฟไลน์ naimnatnod

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,425
  • เพศ: ชาย
    • Siriwan Guesthouse
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 10 มีนาคม 2016 เวลา 00:03 น. »
ผมฟังแล้วไม่มีความรู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไปนะครับ ไม่ลองไม่รู้ครับ ห้าพันกว่าเอง ถูกกว่าแผ่นใหม่ไทยสองแผ่นอีก  :yoyo(41):  ไม่ชอบก็ถอดออกเอาไว้รองถ้วยกาแฟก็ได้ เท่ห์ดี  :yoyo (100):

ถ้าอยู่ใกล้กันหน่อย เดี๋ยวผมเอาไปให้ลองถึงที่เลย :yoyo(12):

ขอบคุณพี่แอนดี้ครับสำหรับรีวิว
ผมสนใจตัวนี้มาก ในใจกลัวอย่างเดียวว่าจะสลาย resonance มากไปจน ambient หาย
ไม่เป็นใช่ไหมครับ ??
ไทย จีน อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส ออสเตรเลีย

คนไทย เลือดจีน อยู่อเมริกา ใช้ซิสเตมส์ของอังกฤษ หัวเข็มจากญี่ปุ่น ขี่รถเยอรมัน โทรศัพท์ทำจากเมืองจีน ใส่นาฬิกาสวิส มีพี่สาวอยู่ออสเตรเลีย


ออฟไลน์ meng

  • Moderator
  • สมาชิกอาวุโส
  • *****
  • กระทู้: 15,652
  • เพศ: ชาย
  • ลูกจีนรักชาติ
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: วันเสาร์ 12 มีนาคม 2016 เวลา 12:34 น. »
คลิปเดโมแมท ทำไมเขาไม่ลองวางแมทอื่นเทียบกันแทนที่จะเปลือย platter ครับ

จะได้ทราบว่าแมทอื่นแดมป์ได้ดีแค่ไหน  :yoyo(73):
"There is no elevator to success, you have to take the stairs."

ออฟไลน์ mennoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,742
  • เพศ: ชาย
  • เหม็นน้อยค่ะ
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: วันเสาร์ 12 มีนาคม 2016 เวลา 21:44 น. »
ผมฟังแล้วไม่มีความรู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไปนะครับ ไม่ลองไม่รู้ครับ ห้าพันกว่าเอง ถูกกว่าแผ่นใหม่ไทยสองแผ่นอีก  :yoyo(41):  ไม่ชอบก็ถอดออกเอาไว้รองถ้วยกาแฟก็ได้ เท่ห์ดี  :yoyo (100):

ถ้าอยู่ใกล้กันหน่อย เดี๋ยวผมเอาไปให้ลองถึงที่เลย :yoyo(12):


ที่รองถ้วยกาเเฟนี่เเพงจังตั้งห้าพัน.....อิอิอิ
ซื้อหม้อต้มกาเเฟได้ตั้งหลายอัน.....อิอิอิ

 :yoyo(2): :yoyo(2): :yoyo(2):
Not  an easy task what we have in this truly Analog Extremely Imperfect World.
But in this Imperfection we Love it!!!

ออฟไลน์ Suchai

  • Source is King-Let's play Vinyl
  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 839
  • เพศ: ชาย
    • www.iwata-th.com
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: วันจันทร์ 06 มิถุนายน 2016 เวลา 19:53 น. »
ขอบคุณน้าแอนดี้มากๆครับที่แนะนำ SDS Isoplatmat พร้อมรีวิวให้ทุกคนฟังแบบละเอียดด้วย....ผมดูเข้าไปศึกษาในเวปไซท์เค้าแล้วคิดว่าหลักการการทำงานแล้วน่าสนใจมากๆครับ ไม่ทราบน้าได้ลองตัว Isofeet. ด้วยมั้ยครับ......เห็นฟีดแบคจากผู้ใช้ส่วนมากก็พอใจมากด้วยครับ.  ตั้งใจว่าจะเอามาใช้กับ LP12. ของผมครับ :yoyo (86):
Source: Linn LP12/Khan/GS sub/AO-PU7/Musica Baseboard/Radikal/Lyra Kleos + Marantz CD17 KI Fully mod.
Pre: Marantz 7 clone
Pre phono: Lounge LCR mod. + Copla mod.
Power : Linn Klout *4
Speakers: Linn Keltik (Active)

ออฟไลน์ naimnatnod

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,425
  • เพศ: ชาย
    • Siriwan Guesthouse
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: วันพุธ 08 มิถุนายน 2016 เวลา 23:54 น. »
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน มันแต่วุ่นๆเรื่องเด็กจบ High School และสนุกกับการเล่นโดรน อาทิตย์หน้าลูกชายสามคนก็จะไปซัมเมอร์ที่ซิดนีย์ ถัดไปอีกห้าวันพี่นายก็กลับเมืองไทยอีก ผมจะมีเวลาเป็นส่วนตั๊วส่วนตัวกับลูกสาว (พันธ์ุ german sheperd) สองสามอาทิตย์  :yoyo(32):

ผมไม่ได้ลอง Isofeet ครับ ตอนนี้ก็ติด SDS Isoplatmat ไว้ตลอด เสียงก็พอใจมากครับ น้า Suchai ได้สั่งมาลองแล้วยังครับ

ขอบคุณน้าแอนดี้มากๆครับที่แนะนำ SDS Isoplatmat พร้อมรีวิวให้ทุกคนฟังแบบละเอียดด้วย....ผมดูเข้าไปศึกษาในเวปไซท์เค้าแล้วคิดว่าหลักการการทำงานแล้วน่าสนใจมากๆครับ ไม่ทราบน้าได้ลองตัว Isofeet. ด้วยมั้ยครับ......เห็นฟีดแบคจากผู้ใช้ส่วนมากก็พอใจมากด้วยครับ.  ตั้งใจว่าจะเอามาใช้กับ LP12. ของผมครับ :yoyo (86):
ไทย จีน อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิส ออสเตรเลีย

คนไทย เลือดจีน อยู่อเมริกา ใช้ซิสเตมส์ของอังกฤษ หัวเข็มจากญี่ปุ่น ขี่รถเยอรมัน โทรศัพท์ทำจากเมืองจีน ใส่นาฬิกาสวิส มีพี่สาวอยู่ออสเตรเลีย


ออฟไลน์ Suchai

  • Source is King-Let's play Vinyl
  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 839
  • เพศ: ชาย
    • www.iwata-th.com
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: วันศุกร์ 17 มิถุนายน 2016 เวลา 00:35 น. »
ผมไม่ได้เข้าเหมือนกันครับน้าแอนดี้โทษครับตอบช้าไปหน่อย. ผมว่าจะยืมคุณหมอไกรมาลองดูก่อนครับเห็นบอกว่าเจ๋งจริงๆถ้ามันเวิร์คกับ. Lp12. กะว่าจะสั่งมาใช้ทั้ง3ชุดเลยรับ. น้าใช้isocoverด้วยมั้ยครับ
Source: Linn LP12/Khan/GS sub/AO-PU7/Musica Baseboard/Radikal/Lyra Kleos + Marantz CD17 KI Fully mod.
Pre: Marantz 7 clone
Pre phono: Lounge LCR mod. + Copla mod.
Power : Linn Klout *4
Speakers: Linn Keltik (Active)

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,561
  • Simple Man, Simple Dream
Re: แท่นหมุนทองของผม
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: วันอังคาร 09 มกราคม 2018 เวลา 12:33 น. »
ผ่านไปเกือบ 2 ปี
ทั้งสองตัวนี้พี่แอนดี้ยังใช้งานอยู่รึป่าวครับ
เล่นตัวไหนมากกว่ากันครับ

AT-LP1240
ข้อดี
1.  ราคาถูกกว่า ที่นี่เวลาจังหวะเหมาะๆมี sales ได้ราคาที่ $289 แต่ราคาที่ขายกันปกติก็อยู่ที่ $350
2.  มีฟีเจอร์และฟังค์ชั่นให้มากกว่า แต่ส่วนมากแล้วสำหรับ DJ และมีสปีด 78 ให้ด้วย
3.  ไฟส่องเข็ม จะเป็นแบบถอดออกได้ ซึ่งของ PLX-1000 จะเป็น fixed เหมือนของ Technics
4.  พอเซ็ทถูกต้องแล้ว ให้เสียงที่ดีเลยทีเดียว
5.  มีปุ่มเปิดปิดให้สองที่ (เหมาะสำหรับ DJ)
6.  มี USB output ให้ เหมาะสำหรับเอาไว้อัดเพลงเข้าคอมโดยตรง มี software แถมมาให้ด้วย
7.  มี pre-phono (mm) built in มาให้ด้วย แต่ผมว่าคุณภาพไม่ค่อยดี ผมต่อ by pass ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี

ข้อด้อย
1.  มีฟีเจอร์ที่ผมไม่ใช้มากเกินไป
2.  Pre-phono และ USB เป็นส่วนเกินสำหรับผมจริงๆ
3.  เวลาเปิดแผ่นแล้วเคาะตรงแท่น จะมีสัญญาณเข้าแอมพ์แล้วไปด้งที่ลำโพง
4.  ไม่มีตุ้มเสริมสำหรับหัวเข็มที่หนักเกิน 10 g ต้องหา lead tape มาเสริม


Pioneer PLX-1000
ข้อดี
1.  อาร์มดูดีกว่า AT-LP1240 (แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เสียงดีกว่านะครับ)
2.  เวลาเล่นแล้วเคาะตรงแท่น ไม่มีสัญญาณเข้าแอมพ์ไปออกลำโพง
3.  ไม่มี USB และ pre-phono และฟีเจอร์ของ DJ เหมือน AT-LP1240
4.  มีตุ้มเสริมมาให้สำหรับหัวเข็มที่หนักกว่า 10g
5.  มี rubber mat มาให้ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้
6.  พอเซ็ทถูกต้องแล้ว ให้เสียงที่ดีเลยทีเดียว

ข้อด้อย
1.  ราคาแพงกว่ามาก ราคาขายอยู่ที่ $699 ยังไม่เคยเห็น on sales
2.  ไม่มี speed 78 rpm ซึ่งก็คงไม่มีใครใช้


ถ้าตัวที่ผมได้มาไม่ใช่เป็นรุ่น Gold Limited Edition ผมก็คงไม่เอามา เพราะถ้าเทียบความคุ้มค่ากับราคาแล้ว AT-LP1240 กินขาด แต่ถ้าเมืองไทยราคาไม่ต่างกันมาก ผมก็เชียร์ Pioneer ครับ

หวังว่าคงเป็นแนวทางได้นะครับ