ผู้เขียน หัวข้อ: Eastern Electric Minimax phono stage  (อ่าน 6663 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ kiang

  • TAC
  • รุ่นใหญ่
  • *******
  • กระทู้: 2,831
Eastern Electric Minimax phono stage
« เมื่อ: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:50 น. »
Full Reviews จากคุณหมอไกรฤกษ์ครับ

Minimum price , maximum sound : Eastern Electric Minimax phono stage

        เมื่อสองเดือนก่อน ในเวปบอร์ดเครื่องเสียงที่ผมเล่นอยู่เป็นประจำ (thaiaudioclub.net) ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับ
เรื่องของการเล่น step up transformer  ซึ่งจอมยุทธท่านหนึ่งในบอร์ด (น้า Kitaro) ได้แนะนำผมเป็นอย่างยิ่งว่า ให้ลองฟัง
phono stage ตัวหนึ่งให้ได้  ผมก็ยังไม่ได้มีจังหวะและโอกาสได้ฟังสักที จนมาวันหนึ่งเพื่อนผมท่านหนึ่งได้กรุณาแบ่งปันให้ยืม
phono stage ตัวนี้มาลองยาวๆที่บ้าน  ทำให้ได้รู้จักมักคุ้นกับเจ้า minimax นี้อย่างลึกซื้งและขอนำมาเล่าแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์กัน ณ ที่นี้


Part 1 : Phono stage ที่ดี (ในความรู้สึกผม) ควรเป็นอย่างไร

   ถ้าผมจะเลือกโฟโนสเตจสักตัว ผมจะมีเงื่อนไขอยู่ในหัวใจบางประการ  อันนี้เป็นความต้องการเฉพาะตัวนะครับ ของใคร
ของมัน ไม่อาจเลียนแบบกันได้ เพราะแต่ละคนฟังไม่เหมือนกัน  เหมือนชิมอาหารร้านเดียวกัน บางคนว่าอร่อย บางคนว่าไม่อร่อย 
แต่ทุกคนจะต้องบอกกับตัวเองหรือคนอื่นได้ว่า อร่อยหรือไม่อร่อยเพราะอะไร  สำหรับตัวผมเอง ผมชอบโฟโนสเตจที่ ...

   -เป็นหลอด หรือเป็นโซลิตสเตจ แต่เสียงใกล้เคียงกับหลอด  ชอบเสียงที่อุ่นๆ ไม่ชอบเสียงที่บางๆแข็งๆอย่างซีดี
   -เล่นได้ทั้งหัวเข็ม MM และ MC ปรับเกนขยายได้ทั้งหมดอย่างน้อยๆสามค่า
   -รองรับได้ตั้งแต่สอง input ขึ้นไป (คือเล่นอาร์มกับหัวเข็มได้มากกว่าหนึ่งตัว โดยไม่ต้องมาคอยสลับสาย)
   -ปรับ equalization curve ของภาค RIAA ได้  (อันนี้อาจจะเรียกร้องมากไปหน่อยครับ เพราะจะมี feature นี้เฉพาะ
     ในโฟโนสเต็จแพงๆ)
   -Noise floor ต่ำ  ต่ำมากเท่าไหร่ยิ่งดี
   -ไดนามิคเรนจ์ไม่มีอาการอั้นตื้อ  รวมถึง dynamic contrast ด้วย
   -ภาค mc ถ้าเป็นระบบ step up transformer จะพิจารณาเป็นพิเศษ และถ้าสามารถเลือกที่จะใช้ sut ภายใน หรือจาก
     ภายนอกได้ด้วย ยิ่งดีมาก
   -เรื่องปรับ load impedance ของภาค mc input นี่ผมไม่ค่อยซีเรียส จะมีหรือไม่มีก็ได้ สำหรับซิสเต็มที่ผมใช้อยู่ผมเป็นคน
     ที่ไม่ค่อยจะเอาเป็นเอาตายกับเรื่องการ optimize load impedance ของหัวเข็มเท่าไหร่นัก ผมเชื่อเรื่องของน้ำเสียงของเครื่อง
     เป็นหลัก เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อน  การปรับ load impedance เหมือนกับเป็นการใส่เครื่องปรุงให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ้น
     ถ้าก๊วยเตี๋ยวมันทำมาไม่อร่อย ใส่เครื่องปรุงยังไงๆก็ไม่มีทางอร่อยมากขึ้นไปได้ครับ
   -ราคา  อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่แพงมากจนเกินหน้าเกินตาเครื่องเคียงตัวอื่นๆในระบบ

       ทีนี้ โฟโนตัวนี้ที่ผมได้รับมารีวิว มีข้อที่โดนใจผมอยู่หลายประการ คือเป็นเครื่องหลอด ซึ่งนั่นหมายความว่าผมสามารถจะ tweak
โดยหาหลอดหลากหลายมาเล่นได้  วงจรเรียบง่าย รับได้สอง input ภาคขยายหัวเข็ม MC เป็นระบบ step up transformer
ซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียสัญญาณน้อย และราคาอยู่ในระดับน่ารัก ไม่แพงมากเกินไปในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้


Part 2 : มาทำความรู้จักกัน กับ minimax phono stage

      Minimax  เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหลอด ของบริษัท Eastern electric  โดยผู้ผลิตชาวฮองกงชื่อ Alex Yeung   
ตอนแรกผมได้ยินชื่อบริษัทแล้วก็นึกขำ  สงสัยจะล้อเลียน Western Elecric อันโด่งดังหรือเปล่าเนี้ย  พอได้เห็นเครื่องจริงๆ
แล้วถึงกับอึ้งครับ  ตัวถังต่างๆทำได้เนี้ยบมาก  โทนสีเครื่องออกแนวสีเทา เหมือนกับแอมป์ของ Western Electric โดยเฉพาะ
สีตัวถังของ step up transformer   ผมว่าคุณ Alex คงได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเสียง Western Electric ในการทำ
แอมป์ของเขาเป็นแน่แท้







          การออกแบบโฟโนตัวนี้ทำแบบ minimalist คือวงจรหลอด เรียบง่าย การเชื่อมต่อสัญญาณทางเดินในจุดสำคัญๆใช้แบบ
hard wire  แตกต่างจากเครื่องหลอดสมัยใหม่ที่ใช้ circuit board และ microprocessor control   ข้อดีของการเดินวงจรแบบ
point to point wiring  คือเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และมีความบริสุทธิ์ของสัญญาณ  แต่ข้อลำบากคือ ออกแบบให้เสียงดีได้ยาก 
การ matching อุปกรณ์ต่างๆต้องดี  โดยเฉพาะตัว transformer ที่เครื่องเสียงสมัยใหม่ยังต้องน้อมรับคุณภาพเสียงของเครื่องเสียง
สมัยเก่า  เพราะ material ต่างๆที่ใช้ในการทำแอมป์สมัยก่อน ไม่สามารถทำได้ในเชิงพาณิชย์ ณ สมัยปัจจุบัน สมัยนี้ก็ยังมีเครื่องเสียง
ระดับ hand made บางยี่ห้อที่ใช้วงจรสมัยก่อน ร่วมกับหา material ในยุคสี่สิบปีก่อน มาทำแอมป์ ซึ่งก็มีราคาสูงทะลุฟ้า  แต่
Eastern Electric เล่นเดินสายแข็งครับ คือเลือกใช้วงจรเรียบง่ายแบบสมัยก่อน แต่ใช้อุปกรณ์และ part ของสมัยปัจจุบัน ภายใต้
ราคาที่ย่อมเยา  ซึ่งเป็นที่น่าหวั่นใจว่า จะให้เสียงได้ดีเทียบเท่ากับเครื่องเสียงวงจรยุคใหม่ หรือเครื่อง solid state ไปจนถึงเครื่องเสียง
vintage ยุคเก่าหรือไม่







        เรามาลองสำรวจรอบๆเครื่อง minimax กันก่อน  เริ่มจากด้านหน้าเครื่อง จะมีสวิทช์โยก on  off อยู่ด้านซ้ายสุด ด้านขวามือ
เป็นปุ่มหมุนสำหรับ mute / play  มันจะช่วยให้เวลาท่านวางเข็ม หรือยกเข็ม ไม่มีเสียงปุ๊กปั๊กออกลำโพงให้น่าตกใจ ด้านบนมีหม้อ
แปลงขนาดใหญ่อยู่สี่ลูก  สองลูกทางซ้ายมือเป็น power transformer  ส่วนสองลูกสีเทาด้านขวาเป็นหม้อแปลง step up
transformer ขนาดใหญ่มาก สำหรับขยายสัญญาณต่อจากภาค MM เพื่อการเล่นหัวเข็ม MC  ส่วนหลอดด้านบน ทางซ้ายเป็นหลอด
rectifier เบอร์ 6X4  อีกสามหลอดทางขวาเป็นหลอด 12AX7 หลอดกลางมีตัวครอบป้องกัน microphonic  ภาคขยายเป็นแบบ
2 stage   ส่วนทางด้านหลังจะมีขั้วต่อสายไฟ AC แบบถอดเปลี่ยนได้ และขั้วต่อแบบ unbalance 




         ช่อง input จะมีแยกระหว่าง MM และ MC โดยส่วนของ MM จะมีเกนขยาย 42 dB ส่วนฝั่ง MC ซึ่งเป็นระบบผ่าน SUT
จะเลือก tab ที่ primary coil ได้สองค่า คือ 47 ohm (MC low) และ 100 ohm (MC high)  คำว่า low หรือ high ตรงนี้
ไม่ใข่ว่าสำหรับ low output หรือ mc high output cartridge นะครับ แต่หมายถึง low หรือ high impedance on primary
coil  ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะได้ค่า gain ขยายที่ต่างกันเล็กน้อย แต่จะมีผลต่อ natural impedance ที่หัวเข็มมองเห็นมากกว่า
ซึ่งจะกล่าวต่อไป  ตามสเปคแล้ว MC part จะมีเกนขยายโดยรวมประมาณ 57 dB



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 18:23 น. โดย kiang »

ออฟไลน์ kiang

  • TAC
  • รุ่นใหญ่
  • *******
  • กระทู้: 2,831
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:50 น. »
Part 3 : Let’s make a calculation

   เรามาลองคำนวณเรื่องของ sut ของเจ้าตัว minimax กันครับ  ด้านบนของ sut ตัวนี้ เขียนบอก impedance ของทั้งฝั่ง primary
และ secondary ไว้  เจ้า sut ตัวนี้ของ minimax มันแปลกไม่เหมือนใครตรงที่ว่า secondary impedance มัน 5000 ohm เอง 
ตัวอื่นๆที่ผมเคยใช้ มักจะอยู่ที่ 50,000 ohm หรือ 25,000 ohm (ตัว WE 618B)




เนื่องจากผมค่อนข้างอ่อนคำนวณ เลยปรึกษาพี่ Kitaro เกี่ยวกับเรื่อง turn ratio และ natural impedance ต่างๆนานาของ minimax 
ได้คำตอบมาดังนี้ครับ
   พี่ Kitaro ได้เปิดใต้เครื่อง พบว่า ที่ขั้วสัญญาณขาออก มี R คร่อมอยู่ มีค่า 10 Kohm ดังภาพครับ





 1.ที่ค่า tabprimary 47 ohm (MC low)  และ secondary 5 Kohm คำนวณอัตราขยาย (X factor) คือ ถอด square root
ของ 5000 หารด้วย 47 จะได้เท่ากับ 10.31  นั่นคือ ที่ tab ค่านี้ จะมีอัตราขยายเท่ากับ 1:10.31
 2.ที่ tab primary 100 ohm (MC high) และ secondary  5 Kohm คำนวณ X factor = square root of (5000/100)
 =  7.1 นั่นคือ tab ค่านี้ จะได้อัตราขยายเท่ากับ 1:7.1
3.คำนวณ reflect impedance (หรือ natural impedance)  ค่านี้ คือค่า impedance ที่หัวเข็ม MC มองเห็น เมื่อต่อเข้า SUT 
คำนวณได้จากสูตรนี้  natural impedance = 47000 หารด้วย (X factor ยกกำลังสอง)    
3.1 tab 47 ohm (X factor = 10.31) เมื่อเข้าสูตร จะได้ natural impedance = 442.2 ohm
3.2 tab 100 ohm (X factor = 7.1) เมื่อเข้าสูตร จะได้ natural impedance = 932.4 ohm
4.ยังไม่จบครับ  เนื่องจากตรงขาออก ทางโรงงานคร่อม R 10 Kohm ขนานไว้ ดังนั้นจากสูตรสมัยมัธยมว่า
      1/R รวม = 1/R1 + 1/R2

ดังนั้น Reflect impedance ที่หัวเข็มมองเห็น  ที่ tab 47 ohm จะเท่ากับ  78 ohm (ได้เกนเพิ่มประมาณ 20 dB) 
และที่ 100 ohm จะเท่ากับ  165 ohm (ได้เกนเพิ่มประมาณ 17 dB)


จะเห็นได้ว่า การแทปช่อง mc low หรือ high สำหรับ sut บางตัว จะได้เกนขยายเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย (จากการคำนวณ) แต่
reflect impedance จะต่างกันพอควร และตรงนี้มีความสำคัญในการเลือกหัวเข็ม MC มาเล่น เพราะโดยหลักการแล้ว internal
impedance ของหัวเข็ม ควรจะต่ำกว่า reflect impedance ของ sut  คืออย่างน้อยๆก็ประมาณ 5 เท่ากำลังสวย  ถ้า internal
impedance หัวเข็มเกิดสูงกว่า reflect impdance เสียงที่ได้จะเกิด high frequency roll off อย่างมาก  และถ้า reflect
impedance กับ internal cart impedance มีค่าใกล้เคียงกัน  จะทำให้ความแรงของสัญญาณขาออก ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น 
หรือลดลงครึ่งหนึ่ง ในกรณีที่ R หัวเข็ม เท่าๆกับ reflect impedance ดังสมการนี้
   
        (Vout / Vcart) = (R(Load_effective) / (R(Load_effective) + (Rcart))
   
ทั้งหมดนี่คือทฤษฏีครับ  ในชีวิตจริง เล่นจริง ลองจริง อาจไม่ได้เหมือนตามทฤษฏีเป๊ะๆ ต้องทดลองฟังด้วยหูครับ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:57 น. โดย kiang »

ออฟไลน์ kiang

  • TAC
  • รุ่นใหญ่
  • *******
  • กระทู้: 2,831
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:50 น. »
Part 4 : Real test situation !

         ถึงเวลาทดสอบจริงๆกันล่ะครับ  ผมได้เตรียมเครื่องเล่นแผ่นเสียงและหัวเข็มไว้ทดสอบเจ้า minimax นี้  เนื่องจากว่าตอนนี้
หัวเข็ม MM ของผมไม่ได้อยู่ในมือ  ดังนั้นภาคหัวเข็ม MM ของ minimax จึงใช้ Denon 102 (output 3 mV) ทดสอบแทน  ซิสเต็มที่ผมใช้ทดสอบมีดังนี้
   -แท่น Kenwood KD600 ใส่อาร์ม FR64 หัวเข็ม Denon 102 (mono) สำหรับภาค MM phono
   -แท่น EMT930 อาร์ม 929 หัวเข็ม Benz micro SL wood (0.4 mV , 12 ohm internal impedance) และ
    หัวเข็ม EMT TSD 15 (0.8 mV , 24 ohm impedance)
  -Audible Illusion modulus 3B pre amp  ตัวนี้เป็นปรีคลาสสิคตลอดกาล  ส่วนของภาคโฟโนเป็น MM และเป็นหลอด เมื่อผมเอา
    sut มาเล่นพ่วงกับตัวนี้ จะพอเทียบเคียงกับ minimax ได้อย่างดี เปลี่ยนหลอดติดเครื่องทั้งสี่หลอดเป็น Tungsram E88CC
  -Altec 4722 , WE 618B sut
  -เพาเวอร์แอมป์ ระบบ bi amp ของลุงแปะ เมืองนนท์ และลำโพงฮอร์น 4.1 ที่บ้าน
  -Minimax phono  จัดการเปลี่ยนหลอดเป็น E83CC ของ cvc chelmer valve (อังกฤษ) ทั้งสามหลอด  เสียงดีขึ้นเป็นคนละเรื่อง
   กับหลอดติดเครื่อง
  -RME Fireface 400  เป็น external sound card แบรนด์ระดับสตูดิโอ รุ่นกลางๆ เอามาใช้เป็น A to D converter เพื่อริปเสียง
   เพลงที่ผ่านออกจากโฟโนทั้งสองตัว  มีการปรับเกนหลังบันทึกให้มีระดับความดังเท่าๆกันสำหรับเพลงเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการฟัง
   เปรียบเทียบระหว่างโฟโนสองตัว   โปรแกรมที่ใช้บันทึกจะเป็น Amarra vinyl  ทำงานบน Mac osx 10.8.5







       แผ่นเสียงที่ใช้ทดสอบ สำหรับภาค MM ก็ต้องใช้แผ่นเสียงโมโน เนื่องจากว่าใช้หัวเข็มโมโนเล่น จะเลือกสองแผ่นนี้ครับ






      ส่วนแผ่นสเตอริโอ ที่ทดสอบหัวเข็ม mc low จะเลือกจากแผ่นรวมฮิตของ Stockfisch (เพลง Closer)  แผ่น Sara K 
(เพลง stop those bells) และแผ่น Three corners hat สังกัด London reissue สปีด 45 โดยค่าย ORG (เพลง afternoon)









        จริงๆแล้ว นับแต่จากตรงนี้ลงไป ผมไม่ต้องเขียนก็ได้นะครับ เพราะได้เตรียมไฟล์เพลงที่ริปจากโฟโน ด้วยกระบวนการที่ดีที่สุดเท่า
ที่ผมจะทำได้ไว้แล้ว  ท่านเพียงแต่คลิกเข้าไปฟังเทียบกัน และตัดสินใจได้ด้วยตัวเองถึงคุณภาพเสียงจาก minimax  โดยเพลงทั้งหมด
ได้ทำการริปลง soundcloud ของผมไว้แล้ว ท่านสามารถ download ไปฟังเทียบกันจะๆกับชุดที่ท่านเล่นได้ หรือเล่นผ่านหน้า
web browser แล้วต่อออก usb dac จากคอมพิวเตอร์ก็ได้  ถ้าจะฟังแบบเก็บรายละเอียดจริงๆแนะนำให้ฟังกับหูฟังคุณภาพดีพอประมาณ
จะจับความแตกต่างและรายละเอียดได้ดีครับ

ประเด็นที่จะฟัง ฟังอะไรบ้าง ?
-   เนื้อเสียง มวลเสียง tonal balance : อิ่ม ฉ่ำ บาง หนา
-   ไดนามิคของเสียง มีอาการอั้นตื้อของเสียงหรือไม่  ช่วงเปลี่ยนระดับความดังฉับพลัน ทำได้หรือไม่ (โดยเฉพาะในเพลงคลาสสิค)
-   เสียงหลัก เสียงรอง แยกแยะกันได้ดีหรือไม่  ฟังจากช่วงที่เสียงหลัก เช่นเสียงร้อง ขึ้นนำ เราได้ยินรายละเอียดของเสียงรอง เช่น
        เสียงกีตาร์ของคนเล่นคู่กัน ได้ตลอดหรือไม่
-   ปลายเสียงทั้งสองฝั่ง ทั้งปลายเสียงแหลม และเสียงทุ้ม ทำได้ดีหรือไม่
-   เวทีเสียง : เดินหน้า รุกเร้า หรือ laid back
-   Musicality : ฟังไปนานๆแล้ว รู้สึกว่าฟังเครื่อง หรือฟังเพลงอยู่ มีอารมณ์คล้อยตามเพลงหรือไม่ ฟังแล้วอยากหยิบแผ่นอื่นมาฟังต่อหรือไม่





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 22:01 น. โดย krairerk »

ออฟไลน์ kiang

  • TAC
  • รุ่นใหญ่
  • *******
  • กระทู้: 2,831
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:50 น. »

MM test

   อันนี้เป็นการวัดดวงกันตรงๆระหว่างภาคโฟโนของทั้งสองตัว โดยไม่มี sut มาเกี่ยวข้อง  อันที่จริงก็ไม่ค่อยจะแฟร์กันนักระหว่าง
สองตัวนี้ ในแง่ของสเปค เนื่องจากภาคโฟโนของ modulus มีเกนขยายสัญญาณต่ำกว่ามากพอควร คือ 28 dB  เทียบกับ minimax
ที่ 40 dB  แต่ตอนฟังผมลองปรับ volume ทีปรีให้ความดังพอๆกันแล้ว ก็ฟังได้ ไดนามิคต่างๆไม่หาย  เวลาริปออกมาเป็นไฟล์ให้ฟัง
เทียบ ผมได้ทำการปรับ recording gain ให้ใกล้เคียงกันระหว่างโฟโนสองตัวนี้  โดยการปรับเป็นการปรับที่ hardware คือ ที่ตัว
Fireface 400  และเป็นการปรับขณะบันทึกเลย ไม่ได้เป็นการริปเป็นไฟล์ก่อน แล้วค่อยมา adjust gain ภายหลังด้วย software 
ดังนั้นจึงพอจะเทียบเคียงกันได้
   แทรคแรกที่ใช้ทดสอบคือ Don’t explain ของแผ่น Helen Merrill  เป็นแผ่นปั้มญี่ปุ่นครับ  ช่วงริปแทรคนี้ด้วย minimax
มีปัญหานิดหน่อยในช่วงนาทีที่ 2:00 ถึง 2:05 โดยประมาณ เนื่องมาจากระบบไฟ supply ของ Fireface มันรวน เลยทำให้เสียงบี้
ไปแป๊บนึง  ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของการทำงานของ minimax นะครับ  พอพ้นช่วงนี้ก็ฟังได้ปกติแล้วครับ

เพลงนี้ minimax
https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-dont

เทียบกับ modulus 3B
https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus-3b-test-dont-explain2


เนื้อเสียงมีลักษณะใกล้เคียงกันมากครับ tonal balance และมวลเสียงร้อง ย่านเสียงกลาง ทำได้ดีมากๆเทียบกับโฟโนอ้างอิงของผม 
ปลายเสียงแหลมกับทุ้มต่ำสุดๆนี่ ตรงนี้ผมให้คะแนน modulus ทำได้ดีกว่า นอกนั้นผมคิดว่าใกล้เคียงกันมาก มวลเสียงนักร้องของ
modulus ใหญ่กว่า minimax นิดเดียว  เทียบเป็นคะแนนก็ 8.5 ต่อ 10  ประมาณนั้นครับ
   แทรคโมโน MM ต่อไปที่ทดสอบคือ แผ่น Dixieland โมโน Columbia ยุคเก่า ผมยืมลุงแปะมาฟังเสียงเครื่องเป่าต่างๆนานา
ที่ผลัดกันสอดรับลูกกันเป็นทอดๆ เพลินดีมาก ชื่อเพลงว่า I’m gonna sit right down and write myself a letter ชื่อยาวจัด 

ลองฟังเทียบกันดูนะครับ

Minimax : https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-sit-right

Modulus : https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus3b-test-sit-right-now

ผมแทบจะแยกความแตกต่างระหว่างเพลงจากสองเครื่องนี้ได้ยากมากๆ เสียงใกล้เคียงกันมาก solo เครื่องเป่าบางท่อน ผมชอบ minimax
มากกว่าเสียด้วยซ้ำไป  อยากให้ลองฟังกันเองแล้วช่วย feedback ด้วยนะครับ


MC test
 
       ตรงนี้จะเป็นการทดสอบต่อจากภาค MM เพื่อฟังดูว่า เจ้า sut ของ minimax นี่ดีแค่ไหน  ตรงนี้ผมอาจจะจัดตัวเทียบที่ขี่กับเจ้า
minimax มากสักหน่อยนะครับ เพราะอยากทราบจริงๆว่า สุดท้าย ไฟล์เสียงที่ได้ออกมามันต่างกันมากแค่ไหน ภายใต้ setup เดียวกัน
ฝั่ง minimax นั้น ผมได้ทดลองเสียบเข้าทั้งช่อง mc high และ mc low พบว่า สำหรับ Benz micro 0.4 mV ช่อง mc low ให้
ไดนามิคและความอิ่มของเสียงดีกว่าช่อง mc high ถึงแม้ว่าเกนขยายเป็น dB ของสองช่องนี้จะต่างกันนิดหน่อย (3 dB จากการคำนวณ
ข้างบน)  แต่เวลาฟังจริงแล้วมันรู้สึกรับรู้ได้มากกว่านั้นว่า ช่อง mc low ดีกว่ามากพอควร

เพลงแรก จากแผ่นรวมของค่าย Stockfisch – Closer   ใช้แท่น emt930 หัวเข็ม Benz micro SL wood (0.4 mV) ผ่านเข้าช่องต่อ
mc low ของ minimax  เทียบกับ ต่อเข้า sut ของ altec peerless 4722 ก่อนเข้า mm phono modulus

Minimax : https://soundcloud.com/analog-sound-1/closer2

Modulus+4722  : https://soundcloud.com/analog-sound-1/closer3

ลองฟังกันเองนะครับ ผมไม่อยากเขียนชี้นำก่อนว่าจะเป็นออกมาอย่างไร   สำหรับตัวเองแล้ว ของ modulus เสียงร้องจะใหญ่กว่า และค่อน
ไปลึกกว่าของ minimax  อย่างอื่นนี่ใกล้เคียงกันมาก 

เพลงต่อไป จัดหนักขึ้นอีก คือฝั่ง modulus ใช้ sut ตัวเทพ คือ WE 618B มาเทียบ ใช้เพลงของ Sara K ชื่อ stop those bells

Minimax : https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-stop-those

Modulus+618B : https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus-3b-test-stop-those

       ตรงนี้ gap เริ่มห่างมากขึ้นกว่าเพลงแรก เสียงดีดดิ้นของกีตาร์สายเหล็กตัวซ้ายมือโดย Christ Jones มีความคมชัดสะบัดสบิ้ง
จาก modulus+618B มีมากกว่า minimax  และเบสก็ดีกว่า  ส่วน minimax นั้นประกายเสียงแหลมจะดูด้อยกว่า modulus  ตรงนี้
มีข้อพิจารณาอย่างหนึ่งคือว่า เนื่องจาก reflect impedance ของช่อง mc low (78 ohm)  นั้นอาจจะใกล้เคียงกับ cartridge
impedance (12 ohm) ไปหน่อย  ถ้าหากว่าเราเอา R ที่คร่อมออก จะทำให้ reflect impedance สูงขึ้น และอาจจะทำให้ปลาย
เสียงแหลมดีขึ้นก็ได้  อันนี้ต้องฝากน้า kitaro ช่วยทดลองดูด้วยครับ

       บททดสอบต่อไป ผมเอาหัวเข็ม EMT TSD 15 ที่มีความแรงขาออกค่อนข้างสูงกว่า Benz คือ 0.8 ถึงเกือบๆ 1 mV มาลองเล่นกะ
minimax ดู  กะว่าน่าจะเข้ากันได้กับช่อง mc high (100 ohm tab)  แต่พอลองฟังจริงแล้ว เสียบเข้าช่อง mc low ก็เสียงดีกว่าช่อง
mc high  ถึงแม้ว่าช่อง mc low จะรู้สึกว่าสัญญาณแรงไปหน่อย แต่ปรีแอมป์ผมก็พอจะควบคุมอยู่ ไม่ทำให้เกิดอาการเสียง overload
มากเกินไป  ถ้ามองในแง่ impedance matching น่าจะยิ่งแย่กว่าตอนเล่น Benz micro นะครับ คือ 24 ohm ของ TSD 15 กับ
78 ohm reflect impedance ของ mc low tab  แต่จากการทดลองจริงๆนั้น ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย สามารถฟังได้อย่างสบายๆ 
ไม่มีความรู้สึกถึงการไม่แมทช์กันของความต้านทาน ลองฟังกันนะครับกับแทรคเพลงคลาสสิคแรงๆอย่าง three corners hat ไดนามิคต่างๆ
สุดยอดมาก คิดว่าถ้าเอา R ที่ขนานออก เสียงน่าจะเปิดกว้างมากกว่านี้อีกนะครับ

https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-emt-tsd15   

เพลงนี้ผมไม่ได้ริปจากทางฝั่งของ TSD15+618B+ modulus3B MM phono มาเทียบให้ฟังนะครับ เนื่องจากเกนเสียงมันค่อนข้างแรง
มากเกินกว่าที่จะบันทึกด้วย Fireface 400 ได้  รวมถึงไฟล์เสียงของMM phono ของ minimax กับ sut ข้างนอกอย่าง 618B  คือฟัง
จริงๆในชุดนั้น ฟังได้ครับ แต่บันทึกลงไฟล์ไม่ได้เนื่องจากเกนขยายแรงเกินไปหน่อย ถึงแม้จะบิด record gain control ลงสุดแล้วก็ตาม 
แต่เสียงที่ได้จาก minimax + 618B นี่เป็นอะไรที่สุดๆจริงๆ เสียงมันเบ่งบานขยายตัวออกมาอีกพอควรเลยทีเดียว 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 19:25 น. โดย krairerk »

ออฟไลน์ kiang

  • TAC
  • รุ่นใหญ่
  • *******
  • กระทู้: 2,831
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:58 น. »


บทสรุป

   ผมมีความประทับใจ ประหลาดใจ ในน้ำเสียงของ phono stage ตัวนี้มาก มันให้เสียงที่ดีแบบเบียดๆกับเครื่องที่แพงกว่าสองเท่าตัว
สบายๆ  และมีลูกเล่นอะไรอีกหลายอย่างที่สามารถเล่นกับมันได้  สิ่งที่ผมอยากแนะนำและอยากลอง สำหรับ phono ตัวนี้คือ

1.คุณต้องเปลี่ยนหลอดติดเครื่อง เป็นหลอด NOS อื่นที่ดีๆ มันจะเพิ่มคุณภาพเสียงขึ้นอีกอย่างมากเมื่อคุณใช้หลอดดีๆกับมัน จะเป็นยี่ห้อไหน
เบอร์อะไร อันนี้ต้องลองดู เพราะ tonal balance ของแต่ละชุดของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน สำหรับชุดของผม ผมอยากจะเปลี่ยนหลอดบางตัว
(เช่นตัวกลาง) เป็น Telefunken เพื่อให้ได้ประกายเสียงแหลมที่เพิ่มมากขึ้น  น้า Kitaro แนะนำให้ใช้เบอร์ 5751 กับหลอดตัวกลาง 
และเวปต่างประเทศแนะนำให้เปลี่ยนหลอด mullard กับหลอด Rectifier เบอร์ 6X4  อันนี้ต้องลองครับ (ซึ่งราคาไม่แพงนัก)

2.ผมอยากลองเอา R ที่ขนานออก เพื่อให้ reflect impedance สูงขึ้น อยากรู้เหมือนกันว่าเสียงจะเปลี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง

3.SUT ในตัวมัน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเชียว เสียงดีกว่าที่ผมคาดหวังไว้เยอะ รวมถึงเครื่องฝรั่งที่แพงๆที่ใช้ระบบ MM+SUT ด้วย

4.บางท่าน (เพื่อนผมเจ้าของเครื่อง) บ่นว่า แสงไฟสีฟ้าที่บอกสถานการณ์เปิดปิด มันสว่างเกินไป แยงสายตา อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

5.อยากให้ไปลองฟังกันดูนะครับ อย่ามองว่ามันเป็นเครื่องจากจีนแล้วจะห่วยเสมอไป ผมว่ามันเป็นเครื่องที่คุ้มค่าและดีมากในรอบปีเลยทีเดียว 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2013 เวลา 18:12 น. โดย kiang »

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,528
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 13:36 น. »
เมื่อวานอ่านจาก มือถือ ตาลายเลยครับ ยาวมากๆ เนื้อๆ แบบมืออาชีพ
ถ้าผมมีเทิร์น ราคาเกินห้าหมื่น โฟโนตัวนี้จะเป็นตัวแรกที่ต้องมองหาเลยครับ เชื่อคนฟังครับ แนวที่คนฟัง ฟังแล้วเขียน
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- PIRIYA E35A + Technics Su-V9/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,528
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 13:52 น. »
เพลงนี้ minimax
https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-dont

เทียบกับ modulus 3B
https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus-3b-test-dont-explain2

ถามหน่อยครับ ของมินิแม็ก ทำไมช่วงขึ้นต้นเพลงมีเสียงกอง ทุ้มๆเลย แต่ของ 3b ไม่มีครับ เสียงจากข้างนอก หรือ อย่างอื่นครับคุณหมอ
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- PIRIYA E35A + Technics Su-V9/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,528
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 14:02 น. »
อ้างถึง
Minimax : https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-sit-right

Modulus : https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus3b-test-sit-right-now

ผมแทบจะแยกความแตกต่างระหว่างเพลงจากสองเครื่องนี้ได้ยากมากๆ เสียงใกล้เคียงกันมาก solo เครื่องเป่าบางท่อน ผมชอบ minimax
มากกว่าเสียด้วยซ้ำไป  อยากให้ลองฟังกันเองแล้วช่วย feedback ด้วยนะครับ

3b เสียงเครื่องเป่าฟังดูแผดๆแหลมกว่า อาจสะใจดีช่วงแรก แต่ถ้าซ้ำ ฟังกันนานๆ มินิแม็ก ผ่อนคลายกว่านะผมว่า
 (ฟังจากคอมป์ กะ หูฟังอินเอีย yazaki ครับ สองร้อยกว่าบาท :yoyo (84):)

อ้างถึง
เพลงต่อไป จัดหนักขึ้นอีก คือฝั่ง modulus ใช้ sut ตัวเทพ คือ WE 618B มาเทียบ ใช้เพลงของ Sara K ชื่อ stop those bells
Minimax : https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-stop-those
Modulus+618B : https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus-3b-test-stop-those
sut ตัวเทพ คือ WE 618B เห็นผลครับ กลายเป็นมินิแม็ก เหมือนไม่ค่อยมีแรงเลยเจอแบบนี้เข้าไป

อ้างถึง
https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-emt-tsd15 

เพลงนี้ไม่มีความเห็นครับ (กะผมต้องมีแบบ a-b เทส :yoyo (84):)


-ใครคนหนึ่ง จากงาน meeting by joe poster นี่เพราะมากๆ :yoyo (84):
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 14:55 น. โดย vichien »
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- PIRIYA E35A + Technics Su-V9/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ krairerk

  • TAC
  • คุยเก่งมาก
  • *******
  • กระทู้: 1,580
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 15:50 น. »
เพลงนี้ minimax
https://soundcloud.com/analog-sound-1/minimax-phono-test-dont

เทียบกับ modulus 3B
https://soundcloud.com/analog-sound-1/modulus-3b-test-dont-explain2

ถามหน่อยครับ ของมินิแม็ก ทำไมช่วงขึ้นต้นเพลงมีเสียงกอง ทุ้มๆเลย แต่ของ 3b ไม่มีครับ เสียงจากข้างนอก หรือ อย่างอื่นครับคุณหมอ

แหม ผมก็ลืมอธิบายครับ
เพลงนี้มันติดลิขสิทธิ์ ตอนแรก soundcloud มันจับได้ตอนอัพโหลด ไม่ยอมให้เอาขึ้น
เลยต้องมาใส่พวก noise อะไรเข้าไปตอนต้นเพลงสักสิบวินาที  เพื่อหลบโปรแกรมตรวจจับครับ
แผ่นเสียงไม่ใช่ปัจจัยสี่ ไม่มีไม่ตาย

ออฟไลน์ noy8872788

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,704
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 17:15 น. »
เมื่อวานอ่านจาก มือถือ ตาลายเลยครับ ยาวมากๆ เนื้อๆ แบบมืออาชีพ
ถ้าผมมีเทิร์น ราคาเกินห้าหมื่น โฟโนตัวนี้จะเป็นตัวแรกที่ต้องมองหาเลยครับ เชื่อคนฟังครับ แนวที่คนฟัง ฟังแล้วเขียน


โธ่..น้าแก้วเทิร์นผมผมไม่ถึงห้าหมื่นนะ..ยังใจถึงสอยมาเลย
เพราะติดใจคุณภาพของมันที่เกินราคา..พอใส่หลอดดีๆเข้าไป..ตอนนี้เลยฟังเพลง.. :yoyo (79):

ออฟไลน์ chatchawanb

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 4,027
  • เพศ: ชาย
  • ขอเวลาทำเพื่อเมีย....I'll be back
Re: Eastern Electric Minimax phono stage
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2013 เวลา 18:20 น. »
เสียงดีจริงๆครับน้าแก้ว ขนาดหลอดเดิมๆ ผมชอบเลย เพราะ ฟังได้นาน  :yoyo (79):