ผู้เขียน หัวข้อ: สืบสานประเพณีจุลกฐิน ณ วัดร่ำเปิง เชียงใหม่ 4 พ.ย. 55  (อ่าน 3820 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Meiji

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,077
สืบสานประเพณีจุลกฐิน ณ วัดร่ำเปิง เชียงใหม่ 4 พ.ย. 55
« เมื่อ: วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 18:27 น. »


เนื่องจากผมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ย. ที่ผ่านมา
การไปครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือ งานจุลกฐิน ซึ่งผมรับเป็นเจ้าภาพไว้ 3 กองกฐิน และยอดเงินที่ได้ถวายไปเป็นเงิน 30,000 บาท

ขอเล่าประวัติความเป็นมาของ "จุลกฐิน" ก่อนละกันครับ

จุลกฐิน หรือ กฐินแล่น เป็นกฐินที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนหมู่มาก ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จ เลยเรียกว่า กฐินแล่น (ความหมายคือเร่งรีบ ฟ้าว ต้องแล่น (วิ่ง) จึงจะเสร็จทันกาล)

เจ้าภาพผู้ที่จะคิดทำจุลกฐินเพื่อทอดถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่งจะต้องมีบารมี มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเริ่มจากการนำฝ้ายที่แก่ใช้ได้แล้วแต่ยังอยู่ในฝัก มีปริมาณมากพอที่จะทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้แล้ว
จึงทำพิธีสมมติว่าฝ้ายจำนวนนั้นได้มีการหว่านแตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก ออกฝักแก่สุก แล้วเก็บมาอิ้วเอาเมล็ดออก ดีดเป็นผง ทำเป็นเส้นด้าย เบียออกเป็นไจ กรอออกเป็นเข็ด แล้วฆ่าด้วยน้ำข้าว ตากให้แห้ง
ใส่กงปั่นเส้นหลอด ใส่กระสวยเครือแล้วทอเป็นแผ่นผ้าตามขนาดที่ต้องการนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน

เมื่อพระสงฆ์รับผ้านั้นแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครอง ซึ่งพระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตามพระวินัย
หลังจากนั้นผู้ทอดต้องช่วยทำต่อ คือ นำผ้านั้นมาขยำ ทุบ ซัก แล้วไปตากให้แห้ง นำมาตัดเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วเย็บย้อม ตากแห้ง พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อย
จากนั้นจึงนำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านทำพินทุอธิษฐาน เสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์ แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดจะอนุโมทนาเป็นเสร็จพิธีจุลกฐิน

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ทอดกฐินไม่มีกำลังมาก พอจะตัดวิธีการในตอนต้นๆ ออกเสียก็ได้
โดยเริ่มตั้งแต่การนำเอาผ้าขาวผืนใหญ่มากะประมาณให้พอที่จะตัดเป็นจีวรผืนใด ผืนหนึ่งแล้วนำไปทอด เมื่อพระภิกษุสงฆ์ท่านนำไปดำเนินการตามพระวินัยแล้ว
ก็ช่วยทำต่อจากท่าน คือ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จ แล้วนำกลับไปถวายพระภิกษุองค์ครองเพื่อพินทุ อธิษฐานต่อไปเหมือนวิธีทำที่กล่าวมาแล้วในการทำจุลกฐินเต็มรูปแบบ

ส่วนบริวารของจุลกฐิน ผ้าห่มพระประธาน และเทียนปาติโมกข์ ตลอดจนธงจรเข้ ตะขาบ ก็คงเป็นเช่นที่กล่าวมาในเรื่องของกฐินหรือมหากฐินนั่นเอง
จุลกฐิน เป็นคำเรียกพิธีทอดกฐินที่ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จภายในวันเดียว เริ่มตั้งแต่ปั่นฝ้ายทอเป็นผืนผ้า เย็บ ย้อม ตากแห้งแล้วนำไปทอดเป็นผ้ากฐิน พระสงฆ์รับแล้วก็รีบกรานกฐินในวันนั้นด้วย ทำดังนี้จึงเป็นจุลกฐิน

กว่าจะเป็นจุลกฐินได้จะต้องใช้ผู้คนมากและมีความชำนาญเป็นพิเศษ กะเวลาได้ถูกจึงจะเสร็จทันเวลา และขณะทำจะดูชุลมุนกันไปหมดเพราะต้องเร่งรีบให้ทัน
ด้วยประการฉะนี้แล จึงเกิดมีสำนวนไทยเปรียบการทำงานที่ชุลมุนวุ่นวายเป็นโกลาหลเพื่อเร่งให้เสร็จทันตามกำหนดว่า “วุ่นเป็นจุลกฐิน”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 18:34 น. โดย Meiji »
เทียนติดไฟเล่มเดียวสามารถช่วยให้เทียนอีกหลายพันเล่มพบความสว่างได้...
โดยที่ไม่ทำให้เทียนเล่มนั้นมีอายุการใช้งานน้อยลงเลย

ออฟไลน์ Meiji

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,077
Re: สืบสานประเพณีจุลกฐิน ณ วัดร่ำเปิง เชียงใหม่ 4 พ.ย. 55
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 18:52 น. »
มาดูรูปการทอผ้าจุลกฐินกันเลยครับ



























« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 19:15 น. โดย Meiji »
เทียนติดไฟเล่มเดียวสามารถช่วยให้เทียนอีกหลายพันเล่มพบความสว่างได้...
โดยที่ไม่ทำให้เทียนเล่มนั้นมีอายุการใช้งานน้อยลงเลย

ออฟไลน์ RA

  • ชอบคุยมาก
  • ****
  • กระทู้: 375
Re: สืบสานประเพณีจุลกฐิน ณ วัดร่ำเปิง เชียงใหม่ 4 พ.ย. 55
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 19:27 น. »
พึ่งรู้ความหมาย และมีรูปแล้วเข้าใจเลย

อนุโมทนาครับ