ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าให้ฟังเล่นๆ : รู้ได้อย่างไรว่าระบบเราเซ็ตลงตัวแล้วหรือยัง  (อ่าน 614 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ sunsern

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 738
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าจากประสพการณ์อันน้อยนิด และเครื่องที่มีราคาไม่สูงมากนะครับ บางเครื่องอาจจะต่างไปจากนี้ก็ขอให้เป็นเรื่องแนวทางก็แล้วกันนะครับ

ก่อนอื่นผมขอเล่าก่อนว่าผมอยากได้ยินเสียงอะไรจากเครื่องเสียงบ้าง
- เสียงต้องมีความเพี้ยนต่ำ
- ขนาดเครื่องดนตรีต้องตรงกับขนาดจริง รวมถึงระยะ คนร้องก็ต้องมีปากกว้างเท่าคนปกติ
- รายละเอียดเสียงต้องค่อนข้างครบ และมีความเหมือนเสียงดนตรีจริง

สิ่งแรกที่ผมได้ปรับระบบลำโพงคือ วางลำโพงให้
- มีผลกระทบจาก room mode, reverb, absorb, echo น้อยที่สุด
- มีสเกลของเครื่องดนตรีตรงความเป็นจริง ตามระยะห่าง
- ไม่สนใจเรื่อง frequency response curve ว่าจะต้อง flat หรือไม่ เสียงจะจัดเกินหรือไม่

การแก้ปัญหาเรื่อง frequency response curve ผมแก้ด้วย EQ และได้ทดลองอยู่ประมาณ 2 ปี ในช่วงทดลองนี้ก็ศึกษาเรื่องการรับฟังของหูคนและการตอบสนองต่อความถี่เสียงไปด้วย พบว่า
- การจะให้เพลงไพเราะทุกเพลงจากเครื่องนั้นทำได้ไม่ยาก แต่เสียงจะติดวอร์มเหมือน Bose หรือ ไม่ก็ติดบางแบบ B&O
- การปรับให้เสียงเหมือนจริงนั้นยากมากเพราะหูคนเรามีความไวต่อเสียงมากกว่าที่เราคิด หากเสียงติดวอร์ม หรือเสียงบางนั้นมันจะไปลดความไวขอหูทำให้เราไม่อยากจับผิดเสียง

ทีนีมีอยู่วันหนึ่งผมได้ปรับให้เสียงพอดีกับหูผมได้ พบว่า
- เสียงมีมิติแบบก้าวกระโดด เสียงมีรายละเอียดอย่างมาก
- เสียงมีไดนามิคเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในขณะเดียวกันเสียงที่ปรับได้พอดีกับหูนั้นก็มีช่วงความถี่ต่างไปจากเดิมไม่มากนัก ซึ่งผมก็เคยสงสัยว่าหลายท่านบอกว่าปรับลำโพงแค่ 1 มม แล้วมีผลมากนั้นเป็นอย่างไร ก็เพราะมันพอดีกับหูเรานั่นเอง แต่พอผมให้ภรรยามาฟังเธอก็บอกไม่เห็นจะมีอะไรต่างกันเลย ผมเลยสรุปได้ว่า

เสียงที่เราอยากได้ยิน หรือเสียงที่เราชอบ หากเราสามารถปรับระบบให้พอดีได้ จะพบว่าเสียงมีมิติ รายละเอียด ไดนามิค เพิ่มขึ้นมากแบบนึกไม่ถึงว่าเครื่องเราทำได้อย่างนี้เลยหรือโดยน้ำเสียงไม่ค่อยต่างไปจากเดิมนัก และที่เสียงนี้จะมีผลเฉพาะหูเราคนเดียวด้วยครับ

ออฟไลน์ nirut

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,093
  • เพศ: ชาย
    รบกวนสอบถามหน่อยครับ น้า sunsern  คือ น้าใช้แผ่นไหนเป็นตัวเทียบเผื่อให้เสียงที่ได้จากชุดเรามีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีจริง  แล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับว่าแผ่นที่เราใช้เขาอัดเครื่องดนตรีอยู่ลึกจากระยะลำโพงเราแค่ไหนครับ   คือที่ถามไม่ได้จะไม่เชื่อนะครับ  แต่ผมก็อยากจะให้ชุดของผมเองให้ขนาดของเสียงเหมือนเครื่องดนตรีจริงบาง     

                    อย่าน้าบอกว่าปากของคนร้องมีขนาดเท่าปากคนจริง  แต่การอัดเสียงถ้าเขาอัดเสียงใกล้ ๆ เลยพอเซตออกมามันจะไม่ใหญาเกินจริงหรือครับ  เทียบกับอัดจากระยะไกล ๆ มันก็น่าจะเล็กกว่าความเป็นจริงด้วยนิครับ  แล้วเราจะกะอย่าไรครับ      :yoyo(65): :yoyo(65):
Esoteric P-05 + D-05 ---> Aurorasound PREDA + Audia Strumento no 8 ---> Isophon Berlina RC7

ออฟไลน์ nirut

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,093
  • เพศ: ชาย
    ขอแจงเพิ่มนิดครับ คือเวลาผมเซตลำโพงพอผมปรับโทนเสียงได้ถูกต้องแล้ว    อันที่ต้องทำต่อมาคือเวทีเสียงจะต้องไปจนเต็มห้องครับ  คล้ายๆ เหมือนเวลาเราปรับจอภาพให้มันขยายจนเต็มผนังห้องอะครับ และถ้าเซตได้ดีมาก ๆ ความลึกของเสียงก็จะเป็นชั้น ๆ ลึกเข้าไปไม่ซ้อนกันครับ   ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้ว   ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะทำให้มันมีขนาดของเสียเหมือนขนาดของเครื่องดนตรีจริง   
Esoteric P-05 + D-05 ---> Aurorasound PREDA + Audia Strumento no 8 ---> Isophon Berlina RC7

ออฟไลน์ NooM

  • TAC
  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 7,249
  • คนที่อยู่ตรงกลางครับ???
เรื่องสเกลนี่ ผมเองก็ชอบแบบใหญ่ๆ เหมือนกัน สำหรับผมแล้ว size matter

แต่น้านิรุตคงไม่ต้องซีเรียสถึงขนาดต้องหาของจริงมาเป็นตัวอ้างอิงขนาดก็ได้มั๊งครับ

แล้วอีกอย่างเพลงส่วนใหญ่เวลาบันทึกเสียง จะใช้วิธีบันทึกแบบ over dubbing ทีละชิ้น

แล้วจึงนำมามิกซ์รวมกัน พวกมิติตื้นลึกต่่างๆ ที่เราฟังกันนั้น ล้วนมาจากเอฟเฟค พวกรีเวิร์บ

ดีเลย์ทั้งสิ้น หาใช่ของจริงไม่ นับประสาอะไรกับขนาดชิ้นดนตรี

ของผมจะใช้วิธีเปรียบเทียบขนาดชิ้นดนตรีกับสเกลโดยรวม คือฟังแล้วต้องไม่อึดอัด อย่างเช่น

เวลาที่เกนขยายของปรีกับแอมป์สูงเกินไป ไม่แมทชิ่งกัน ก็ทำให้เสียงมันหนาข้นเกินไป ฟังแล้วอึดอีด

แต่ก็ต้องดูอาจมีบางแผ่นว่าเค้าจงใจบันทุึกมาให้ใหญ่โต อย่างแผ่นเพลงร้องที่่ ร้องใกล้ไมค์มากๆ

ออฟไลน์ sunsern

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 738
    รบกวนสอบถามหน่อยครับ น้า sunsern  คือ น้าใช้แผ่นไหนเป็นตัวเทียบเผื่อให้เสียงที่ได้จากชุดเรามีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีจริง  แล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับว่าแผ่นที่เราใช้เขาอัดเครื่องดนตรีอยู่ลึกจากระยะลำโพงเราแค่ไหนครับ   คือที่ถามไม่ได้จะไม่เชื่อนะครับ  แต่ผมก็อยากจะให้ชุดของผมเองให้ขนาดของเสียงเหมือนเครื่องดนตรีจริงบาง     

                    อย่าน้าบอกว่าปากของคนร้องมีขนาดเท่าปากคนจริง  แต่การอัดเสียงถ้าเขาอัดเสียงใกล้ ๆ เลยพอเซตออกมามันจะไม่ใหญาเกินจริงหรือครับ  เทียบกับอัดจากระยะไกล ๆ มันก็น่าจะเล็กกว่าความเป็นจริงด้วยนิครับ  แล้วเราจะกะอย่าไรครับ      :yoyo(65): :yoyo(65):

อย่างที่ผมเล่าคือการเซ็ตลำโพงให้อยู่ในห้องฟังแล้วมีขนาดเท่าของจริง และระยะต้องจริง ซึ่งผมเรียก Perspective ของวงดนตรี ซึ่งแบ่งการ set upได้ 2 เรื่องคือ

1) Toe-in เป็นตัวกำหนดขนาดของเครื่องดนตรีและปากของคนร้อง เนื่องจากห้องผมเล็ก การ toe-in แบบตัดก่อนหน้า 1 ฟุตแบบที่ willson แนะนำนั้นพอดีกับลักษณะห้องและ scale เสียงครับ
2) ระยะใกล้ไกลจากการอัด ผมจะใช้การปรับ EQ เป็นตัวกำหนด เนื่องจากอย่างที่น้าบอกทุกเครื่องดนตรี และนักร้องมักจะอัดกันที่ระยะ 1 ฟุต ทีนี้หากเครื่องเราดีมากๆ เสียงที่ได้ยินก็จะได้ 1ฟุต บวกระยะลำโพงถึงเราตีว่าประมาณ 2 เมตรหากห้องเล็ก ซึ่งเป็นไปได้ว่าขนาดได้จากข้อ1 แต่ระยะมัน forward ทาง BBC เคยวิเคราะห์และแนะนำว่าจะต้องมี dip ของเสียงที่1-3kHz ในลักษณะที่เหมาะสมจะทำให้เสียงมีระยะห่างจากตัวเราได้มากขึ้น ซึ่งที่ผมปรับเวลาฟังจะห่างเพิ่มประมาณ 2 เมตร เท่ากับวงอยู่ห่างจากผมประมาณ 4 เมตร ก็ประมาณ โต๊ะแรกในผับประมาณนี้ครับ ทีนี้หากเราฟังวงที่อัดสดซึ่งมีระยะการอัดประมาณ 2-3 เมตร นั่นหมายถึงผมก็อยู่โต๊ะสองซึ่งห่างประมาณ 6 เมตร หากสนใจลองอ่านที่นี่ครับ เราสามารถปรับปรุงระบบของเราได้หลายอย่างโดยไม่เสียเงินครับ
http://www.bbc.co.uk/rd/people/h-d-harwood

แต่เนื่องจากผมใช้ EQ ช่วย แต่ของน้าจะไม่ใช้ เพราะฉะนั้น การ Toe-in ในบางลักษณะจะเป็นการเพิ่ม-ลด เสียง DIP แบบ BBC อยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องแลกกันระหว่าง ขนาดและระยะครับ

ส่วนเพลงที่ลอง ทำได้ทุกเพลงทุกชุด ยิ่งหลากหลายมากก็ยิ่งดีครับ ไม่จำเป็นต้องเป็น โอฟายด้วย หรือเพลงเก่าที่บอกว่าต้องฟังเฉพาะกับเครื่องเก่าก็ฟังได้ ทำไปทำมาเสียงที่ได้จะอยู่ระหว่างฮอร์นกับลำโพงรุ่นใหม่ครับ

ออฟไลน์ sunsern

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 738
    ขอแจงเพิ่มนิดครับ คือเวลาผมเซตลำโพงพอผมปรับโทนเสียงได้ถูกต้องแล้ว    อันที่ต้องทำต่อมาคือเวทีเสียงจะต้องไปจนเต็มห้องครับ  คล้ายๆ เหมือนเวลาเราปรับจอภาพให้มันขยายจนเต็มผนังห้องอะครับ และถ้าเซตได้ดีมาก ๆ ความลึกของเสียงก็จะเป็นชั้น ๆ ลึกเข้าไปไม่ซ้อนกันครับ   ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้ว   ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะทำให้มันมีขนาดของเสียเหมือนขนาดของเครื่องดนตรีจริง   

สำหรับผมเวทีเสียงเต็มห้องไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือระยะและเวทีเสียงที่ถูกต้องครับ มันเหมือนกับว่าหากเราใช้เลนส์ถ่ายภาพแบบมุมกว้างก็จะได้มุมภาพแบบหนึ่งใช้ซูมก็จะได้มุมภาพอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมชอบเรียกว่า perspective(ซึ่งอาจใช้ผิดก็ได้) หากถ่ายแบบมุมกว้างแล้วมาcropให้ภาพคล้ายกับซูมจะเห็นว่า perspective มันผิดไป ดังนั้นความกว้างของวงดนตรีสำหรับผมต้องพอเหมาะกับขนาดของมันครับ พอดีผมเป็นคนที่ไวต่อเรื่องนี้หากมันไม่ค่อยถูกต้อง เวลาฟังเสียงยิ่งดีความรู้สึกมันยิ่งหลอน มันไม่อินในเพลงครับ

แต่ในขณะเดียวกันความลึกของชั้นของเครื่องดนตรีผมกลับให้ความสำคัญน้อยกว่ามากๆ เนื่องจากหากเราฟังวงดนตรีจริง เราจะอยู่ห่างจากเครื่องดนตรีประมาณ 6 เมตร แต่เครื่องดนตรีแต่ละเครื่องจะอยู่ต่างกัน 2 เมตรในวงขนาดเล็ก โอกาสที่เราจะได้ยินชั้นของเครื่องดนตรีนั้นมันไม่เกิดเลย การแยกตำแหน่งเครื่องดนตรีผมไม่ค่อยได้ใช้ความลึกอย่างเดียวแต่ผมจะใช้ทิศทางเสียงช่วยด้วย ดังนั้นระยะห่างระหว่างแต่ละเครื่องก็ต้องเหมือนกับการที่เราฟังวงจริงๆ ครับ หากฟังระยะ 6 เมตร วงดนตรีมีความกว้าง 6 เมตร นั่่นหมายถึงความกว้างของวงที่เราฟังจากเครื่องเสียงมันไม่ควรเกิน 45 องศาจากจุดนั่งฟัง หากเราถ่างมันให้เต็มห้องแสดงว่า perspective มันผิดแล้วเหมือนกับการถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างแต่ถ่ายใกล้ๆไปแล้วครับ หากแต่เป็นวงออเครสตร้านั้นการฟังแล้วเสียงเต็มห้อง(เพราะวงดนตรีขนาดกว้างมากแต่ระยะฟังไม่ไกลมาก) หรือเพลงในโบสต์ฟังแล้วเหมือนมันมาจากข้างห้อง(เพราะechoของผนังโบสต์)อันนี้ต่างหากที่น่าจะเป็นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 มกราคม 2017, 09:11:41 น. โดย sunsern »

ออฟไลน์ nirut

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,093
  • เพศ: ชาย
เรื่องสเกลนี่ ผมเองก็ชอบแบบใหญ่ๆ เหมือนกัน สำหรับผมแล้ว size matter

แต่น้านิรุตคงไม่ต้องซีเรียสถึงขนาดต้องหาของจริงมาเป็นตัวอ้างอิงขนาดก็ได้มั๊งครับ

แล้วอีกอย่างเพลงส่วนใหญ่เวลาบันทึกเสียง จะใช้วิธีบันทึกแบบ over dubbing ทีละชิ้น

แล้วจึงนำมามิกซ์รวมกัน พวกมิติตื้นลึกต่่างๆ ที่เราฟังกันนั้น ล้วนมาจากเอฟเฟค พวกรีเวิร์บ

ดีเลย์ทั้งสิ้น หาใช่ของจริงไม่ นับประสาอะไรกับขนาดชิ้นดนตรี

ของผมจะใช้วิธีเปรียบเทียบขนาดชิ้นดนตรีกับสเกลโดยรวม คือฟังแล้วต้องไม่อึดอัด อย่างเช่น

เวลาที่เกนขยายของปรีกับแอมป์สูงเกินไป ไม่แมทชิ่งกัน ก็ทำให้เสียงมันหนาข้นเกินไป ฟังแล้วอึดอีด

แต่ก็ต้องดูอาจมีบางแผ่นว่าเค้าจงใจบันทุึกมาให้ใหญ่โต อย่างแผ่นเพลงร้องที่่ ร้องใกล้ไมค์มากๆ

               :yoyo(65): :yoyo(65):

    รบกวนสอบถามหน่อยครับ น้า sunsern  คือ น้าใช้แผ่นไหนเป็นตัวเทียบเผื่อให้เสียงที่ได้จากชุดเรามีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีจริง  แล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับว่าแผ่นที่เราใช้เขาอัดเครื่องดนตรีอยู่ลึกจากระยะลำโพงเราแค่ไหนครับ   คือที่ถามไม่ได้จะไม่เชื่อนะครับ  แต่ผมก็อยากจะให้ชุดของผมเองให้ขนาดของเสียงเหมือนเครื่องดนตรีจริงบาง     

                    อย่าน้าบอกว่าปากของคนร้องมีขนาดเท่าปากคนจริง  แต่การอัดเสียงถ้าเขาอัดเสียงใกล้ ๆ เลยพอเซตออกมามันจะไม่ใหญาเกินจริงหรือครับ  เทียบกับอัดจากระยะไกล ๆ มันก็น่าจะเล็กกว่าความเป็นจริงด้วยนิครับ  แล้วเราจะกะอย่าไรครับ      :yoyo(65): :yoyo(65):

อย่างที่ผมเล่าคือการเซ็ตลำโพงให้อยู่ในห้องฟังแล้วมีขนาดเท่าของจริง และระยะต้องจริง ซึ่งผมเรียก Perspective ของวงดนตรี ซึ่งแบ่งการ set upได้ 2 เรื่องคือ

1) Toe-in เป็นตัวกำหนดขนาดของเครื่องดนตรีและปากของคนร้อง เนื่องจากห้องผมเล็ก การ toe-in แบบตัดก่อนหน้า 1 ฟุตแบบที่ willson แนะนำนั้นพอดีกับลักษณะห้องและ scale เสียงครับ
2) ระยะใกล้ไกลจากการอัด ผมจะใช้การปรับ EQ เป็นตัวกำหนด เนื่องจากอย่างที่น้าบอกทุกเครื่องดนตรี และนักร้องมักจะอัดกันที่ระยะ 1 ฟุต ทีนี้หากเครื่องเราดีมากๆ เสียงที่ได้ยินก็จะได้ 1ฟุต บวกระยะลำโพงถึงเราตีว่าประมาณ 2 เมตรหากห้องเล็ก ซึ่งเป็นไปได้ว่าขนาดได้จากข้อ1 แต่ระยะมัน forward ทาง BBC เคยวิเคราะห์และแนะนำว่าจะต้องมี dip ของเสียงที่1-3kHz ในลักษณะที่เหมาะสมจะทำให้เสียงมีระยะห่างจากตัวเราได้มากขึ้น ซึ่งที่ผมปรับเวลาฟังจะห่างเพิ่มประมาณ 2 เมตร เท่ากับวงอยู่ห่างจากผมประมาณ 4 เมตร ก็ประมาณ โต๊ะแรกในผับประมาณนี้ครับ ทีนี้หากเราฟังวงที่อัดสดซึ่งมีระยะการอัดประมาณ 2-3 เมตร นั่นหมายถึงผมก็อยู่โต๊ะสองซึ่งห่างประมาณ 6 เมตร หากสนใจลองอ่านที่นี่ครับ เราสามารถปรับปรุงระบบของเราได้หลายอย่างโดยไม่เสียเงินครับ
http://www.bbc.co.uk/rd/people/h-d-harwood

แต่เนื่องจากผมใช้ EQ ช่วย แต่ของน้าจะไม่ใช้ เพราะฉะนั้น การ Toe-in ในบางลักษณะจะเป็นการเพิ่ม-ลด เสียง DIP แบบ BBC อยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องแลกกันระหว่าง ขนาดและระยะครับ

ส่วนเพลงที่ลอง ทำได้ทุกเพลงทุกชุด ยิ่งหลากหลายมากก็ยิ่งดีครับ ไม่จำเป็นต้องเป็น โอฟายด้วย หรือเพลงเก่าที่บอกว่าต้องฟังเฉพาะกับเครื่องเก่าก็ฟังได้ ทำไปทำมาเสียงที่ได้จะอยู่ระหว่างฮอร์นกับลำโพงรุ่นใหม่ครับ
    ขอแจงเพิ่มนิดครับ คือเวลาผมเซตลำโพงพอผมปรับโทนเสียงได้ถูกต้องแล้ว    อันที่ต้องทำต่อมาคือเวทีเสียงจะต้องไปจนเต็มห้องครับ  คล้ายๆ เหมือนเวลาเราปรับจอภาพให้มันขยายจนเต็มผนังห้องอะครับ และถ้าเซตได้ดีมาก ๆ ความลึกของเสียงก็จะเป็นชั้น ๆ ลึกเข้าไปไม่ซ้อนกันครับ   ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้ว   ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะทำให้มันมีขนาดของเสียเหมือนขนาดของเครื่องดนตรีจริง   

สำหรับผมเวทีเสียงเต็มห้องไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือระยะและเวทีเสียงที่ถูกต้องครับ มันเหมือนกับว่าหากเราใช้เลนส์ถ่ายภาพแบบมุมกว้างก็จะได้มุมภาพแบบหนึ่งใช้ซูมก็จะได้มุมภาพอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผมชอบเรียกว่า perspective(ซึ่งอาจใช้ผิดก็ได้) หากถ่ายแบบมุมกว้างแล้วมาcropให้ภาพคล้ายกับซูมจะเห็นว่า perspective มันผิดไป ดังนั้นความกว้างของวงดนตรีสำหรับผมต้องพอเหมาะกับขนาดของมันครับ พอดีผมเป็นคนที่ไวต่อเรื่องนี้หากมันไม่ค่อยถูกต้อง เวลาฟังเสียงยิ่งดีความรู้สึกมันยิ่งหลอน มันไม่อินในเพลงครับ

แต่ในขณะเดียวกันความลึกของชั้นของเครื่องดนตรีผมกลับให้ความสำคัญน้อยกว่ามากๆ เนื่องจากหากเราฟังวงดนตรีจริง เราจะอยู่ห่างจากเครื่องดนตรีประมาณ 6 เมตร แต่เครื่องดนตรีแต่ละเครื่องจะอยู่ต่างกัน 2 เมตรในวงขนาดเล็ก โอกาสที่เราจะได้ยินชั้นของเครื่องดนตรีนั้นมันไม่เกิดเลย การแยกตำแหน่งเครื่องดนตรีผมไม่ค่อยได้ใช้ความลึกอย่างเดียวแต่ผมจะใช้ทิศทางเสียงช่วยด้วย ดังนั้นระยะห่างระหว่างแต่ละเครื่องก็ต้องเหมือนกับการที่เราฟังวงจริงๆ ครับ หากฟังระยะ 6 เมตร วงดนตรีมีความกว้าง 6 เมตร นั่่นหมายถึงความกว้างของวงที่เราฟังจากเครื่องเสียงมันไม่ควรเกิน 45 องศาจากจุดนั่งฟัง หากเราถ่างมันให้เต็มห้องแสดงว่า perspective มันผิดแล้วเหมือนกับการถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างแต่ถ่ายใกล้ๆไปแล้วครับ หากแต่เป็นวงออเครสตร้านั้นการฟังแล้วเสียงเต็มห้อง(เพราะวงดนตรีขนาดกว้างมากแต่ระยะฟังไม่ไกลมาก) หรือเพลงในโบสต์ฟังแล้วเหมือนมันมาจากข้างห้อง(เพราะechoของผนังโบสต์)อันนี้ต่างหากที่น่าจะเป็นครับ

                 :yoyo(65): :yoyo(65):
Esoteric P-05 + D-05 ---> Aurorasound PREDA + Audia Strumento no 8 ---> Isophon Berlina RC7