ผู้เขียน หัวข้อ: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"  (อ่าน 498 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ktt

  • ผู้สนับสนุน
  • รุ่นใหญ่
  • *
  • กระทู้: 3,018
บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« เมื่อ: วันศุกร์ 23 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 08:40 น. »




เคยซื้อหนังสือเครื่องเสียงที่คุณธานี โหมดสง่า เขียนไว้อยู่หลายเล่ม ที่สนใจมากคือเรื่องการเซ็ตอัฟลำโพง เพราะสมัยก่อนเรื่องแบบนี้ไม่มีใครสนใจกัน เมื่อก่อนใครซื้อเครื่องเข้าบ้าน ก็แค่หาตำแหน่งตั้งวางให้ดูสวย ๆ ไว้ก่อน (ส่วนเสียงจะดีหรือไม่ สมัยนั้นไม่มีใครสนใจ)

สาเหตุที่สนใจเรื่องการเซ็ตอัฟลำโพง เพราะช่วงนั้นมีโอกาสได้ไปเห็นเค้าเซ็ตลำโพงโทเท่ม โมเดลวัน ก็เลยนั่งสังเกตการณ์อยู่นานพอสมควร ดูตั้งแต่เค้าเริ่มเซ็ต โดยเอาลำโพงมาตั้งในตำแหน่งที่สวย ๆ และค่อย ๆ ขยับ จนได้ยินเสียงออกมาเหมือนลำโพงคนละคู่ที่เดียว นั่นจึงเป็นจุดเริ่มที่สนใจเรื่องการเซ็ตอัฟลำโพง ทำให้ต้องหาซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่าน เพื่อศึกษาเป็นแนวทาง และได้เอาแนวคิดนั้นมาใช้งานจนถึงทุกวันนี้

เมื่อวานจัดบ้าน เห็นหนังสือพวกนี้กองอยู่  เลยเอามานั่งอ่านย้อนหลังดู เจอเรื่องนี้เข้าเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยเอาข้อเขียนนี้มาให้อ่านกัน เพราะเท่าที่เคยคุยกับคนเล่นเครื่องเสียงด้วยกัน ส่วนใหญ่มักจะชอบใช้เพลงแนวเดียวในการเซ็ทอัฟลำโพง ถามว่าผิดมั้ย ไม่ผิดครับ แต่ผลเป็นอย่างไร ลองอ่านเป็นแนวคิดดู

ข้อเขียนต่อไปนี้คัดลอกมาจากหนังสือที่คุณธานี เคยเขียนไว้ ขออนุญาตคุณธานี เอาข้อเขียนมาแชร์ให้นักเล่นด้วยกันได้อ่านเป็นแนวทางด้วยนะครับ..........



หัวข้อ เซ็ตอัพลำโพง 

เรื่อง โทนัลบาลานซ์ ของซิสเต็ม vs. โทนัลบาลานซ์ ของเพลง

การเซ็ตอัพลำโพงเป็นแค่เครื่องมือในการปรับแต่งเพื่อให้ได้เสียงออกมาตามที่คุณต้องการ โดยอาศัยวิธีการขยับเขยื้อนตำแหน่งวางของลำโพงบวกกับเทคนิคการปรับแต่งสภาพอคูสติกของห้องบนพื้นที่บริเวณใกล้เคียงโดยรอบตำแหน่งวางของลำโพง ง่ายๆ แค่นี้เอง..

อ๊ะ.. อ๊ะ.. อย่าเพิ่งครับ..!!

วางมือจากลำโพงลงก่อน อย่าเพิ่งยกไปไหน ผมจะยังไม่บอกอะไรมากนักเกี่ยวกับการยกขยับตำแหน่งของลำโพงในบทความนี้ แต่จะแนะนำให้คุณเตรียมความพร้อมทางด้านวิธีคิดบางประการก่อนที่จะเริ่มทำการขยับตำแหน่งลำโพง

ลำโพงวางหิ้ง Totem model 1 มีน้ำหนักแค่ข้างละ 4 กิโลกว่าๆ เท่านั้น สองข้างรวมกันก็ไม่เกิน 10 กิโล ไม่ถือว่าหนักมาก แต่คุณเชื่อมั้ยว่า มีคนเคยยกลำโพงคู่นี้เดินไป-เดินมาในห้องฟังนับระยะทางรวมกันได้มากกว่า 5 กิโลเมตรมาแล้ว.!

ทั้งๆ ที่ห้องฟังของเขามีขนาดกว้างxยาวไม่เกิน 4x6 ตารางเมตรเท่านั้นเอง.!!

สไปรค์หรือเดือยแหลมที่ติดอยู่ใต้แผ่นฐานของขาตั้งแต่ละข้างที่วางลำโพงโทเท็มคู่นั้นมีอยู่ข้างละ 4 ตัว แต่หลังจากเวลา 2 วัน (เสาร์+อาทิตย์) ที่เขาทำการขยับตำแหน่งลำโพงคู่นี้ไป-มาเพื่อหาตำแหน่งที่เสียงถูกใจ มานั่งนับรูที่ปรากฏอยู่บนพื้นไม้ใกล้ๆ ตำแหน่งลำโพงปัจจุบันดูแล้ว คุณเชื่อมั้ยว่า มันนับร่องรอยรวมกันได้มากนับพันรู...

โอ้.. มายก๊อด..!! เกิดอะไรขึ้น..??

แน่นอนว่า ชายคนนั้นพยายามที่จะขยับเขยื้อนโมเดล วันคู่นั้นวนไปวนมาบนพื้นห้องของเขาเพื่อต้องการที่จะหาตำแหน่งที่ลำโพงคู่นั้นจะสามารถให้เสียงที่ถูกใจให้ได้ เขายอมรับกับผมว่า ทุกครั้งที่ขยับเขยื้อนลำโพงไป เขาได้ยินความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ซึ่งเวลาในการเซ็ตอัพยิ่งนานไป เขาก็ยิ่งได้ยินอะไรๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ขยับตำแหน่งของลำโพงไป

เขาบอกว่า ที่ผ่านๆ มาก็เคยคิดว่าได้ตำแหน่งที่เสียงดีที่สุดแล้ว และได้ใช้เทปกาวแปะทำตำแหน่งของลำโพงเอาไว้ แต่หลังจากฟังเพลงด้วยตำแหน่งนั้นมาสักระยะหนึ่ง จิตใต้สำนึก บอกเขาว่า..มันยังไม่ใช่..!?!?

มันต้องมีอะไรผิดปกติ มันยังไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน ตรงนั้นของเสียงโอเคแล้ว แต่ตรงโน้นของเสียงมันยังไม่ค่อยปลดปล่อย ฟังประเดี๋ยวประด๋าวรู้สึกชอบ แฮ๊ปปี้ แต่พอนั่งฟังนานไปสักพัก ชักเริ่มไม่แฮ๊ปปี้ เริ่มเกิดความรู้สึกรำคาญ เหมือนมีอะไรมาแว่วๆ อยู่ในหู ทั้งๆ ที่เสียงดนตรีเบื้องหน้ายังคงบรรเลงไปอย่างสม่ำเสมอ แต่เขากลับรู้สึกว่า ความเป็นดนตรีมันค่อยๆ ถอยห่างจากใจของเขาไปเรื่อยๆ ไกลออกไปทีละนิด หูได้ยินเสียง แต่ใจไม่ได้ยินเพลง.. มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ..

สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นมาลอกเทปกาวออก แล้วถกแขนเสื้อลงมือยกขยับตำแหน่งลำโพงใหม่ เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งที่เขาขยับเขยื้อนตำแหน่งลำโพงไปจากเดิมแม้เพียงเสี้ยวของเซนติเมตร ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเสียงที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่า ทำไม.? และ เพราะเหตุใด.?

ในเมื่อเขาก็ฟังออก แต่ทำไมถึงเซ็ตลำโพงให้เสียงดีไม่ได้.?

ทักษะของประสาทหูนั้นสามารถพัฒนาได้ คนเล่นเครื่องเสียงทุกคนสามารถพัฒนาประสาทการรับฟังของหูให้มีความไวต่อการรับรู้ความแตกต่างของเสียงรอบข้างได้ และจะไวขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายังคลุกคลีอยู่กับเรื่องเหล่านี้ต่อไปแบบต่อเนื่องเหมือนคนตาบอด

แต่ความสามารถในการรับฟังของหูเป็นคนละอย่างกับความสามารถในการซึมซับความเป็นดนตรี ซึ่งเป็นกลไกของจิตใจที่อาศัยประสาทหูเป็นตัวกลาง คุณสามารถฝึกฝนให้ประสาทหูรับรู้ความแตกต่างของเสียงทุ้ม-กลาง-แหลมที่เกิดขึ้นจากการขยับเขยื้อนตำแหน่งของลำโพงได้โดยอาศัยการกระทำซ้ำๆ กันเป็นระยะเวลานาน แต่กับเรื่องความสามารถในการซึมซับความเป็นดนตรีนั้น มันต้องการอะไรมากกว่าแค่ทำซ้ำๆ เป็นเวลานาน

ก่อนลงมือยกขยับตำแหน่งลำโพง ลองถามตัวคุณก่อนซิว่า เป้าหมายปลายทาง ในการขยับลำโพงของคุณอยู่ตรงไหน.?

เสียงที่ถูกใจ..??
เสียงที่ดี..?
เสียงที่คุณชอบ..?
นามธรรมทั้งเพ.. จริงมั้ย.?
อะไรที่จับต้องได้มากกว่าตัวหนังสือสาม-สี่พยางค์ข้างต้น.?
อะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจนสำหรับคำว่า จุดหมายปลายทาง ของกิจกรรมการขยับเขยื้อนลำโพงที่คุณกำลังลงไม้ลงมือกันอยู่จริงๆ..?

ผมเคยย้ำอยู่เสมอว่า กิจกรรมใดๆ ก็ตามที่เกิดจากสองมือของเราจะประสบความสำเร็จสมประสงค์ได้ก็ต่อเมื่อกิจกรรมนั้นถูกเริ่มต้นกระทำด้วยวิธีคิดที่ถูกต้องเสมอ นั่นคือก่อนลงมือขยับลำโพง คุณต้องปรับตั้งแนวคิดเกี่ยวกับเป้าหมายของกิจกรรมนี้ให้ถูกให้ควรซะก่อนจึงจะสามารถหาพิกัดของลำโพงที่ถูกต้องได้

.........................

ทุกคนต้องการเสียงที่ดี ..
แต่บ่อยครั้งที่พบว่า เสียงที่ดีสำหรับทุกคนนั้นกลับออกมาไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ลักษณะเสียงแบบเดียวกัน ในขณะที่เสียงที่ดีในอุดมคตินั้นมีอยู่เพียงแค่หนึ่งเดียว

เสียงที่ดีในอุดมคตินั้นเป็นปลายสุดของทุกสิ่งในวงการเครื่องเสียง คุณต้องระดมความเป็นที่สุดของทุกอย่างเข้าด้วยกัน จึงจะสามารถพานพบและสัมผัสกับเสียงที่ดีในอุดมคติได้ ซึ่งความเป็นที่สุดที่ว่านั้นหมายรวมถึงอุปกรณ์เครื่องเสียงและลำโพงที่ดี (พอ), แหล่งอินพุตที่มีคุณภาพการบันทึกที่ดี (พอ), สภาพอคูสติกของห้องฟังที่ดี (พอ), การเซ็ตอัพที่ละเอียดดี (พอ) และสุดท้าย ความสามารถในการซึมซับอรรถรสของความเป็นดนตรีของคุณเองก็ต้องอยู่ในระดับที่ดี (พอ) ด้วย

การเล่นเครื่องเสียงกับการเรียนหนังสือต่างกันแค่ปริญญา แต่เหมือนกันตรงที่ทั้งสองอย่างนั้นต้องอาศัยการไต่เต้า ต้องอาศัยการแกะรอยความสำเร็จไปทีละขั้น จึงจะสามารถบรรลุถึงความเป็นอุดมคติได้

จริง.. ที่มีคนพูดกันว่า การเล่นเครื่องเสียงไม่มีสูตรสำเร็จ นั่นก็คือ ไม่มีทางลัดที่จะทำให้คุณสามารถเดินไปถึงเสียงที่ดีในอุดมคติได้อย่างรวดเร็ว และไม่ได้ถือว่าผิด กับการที่จะมีคนแนะนำให้คุณปรับเซ็ตลำโพงให้ได้เสียงที่คุณชอบ.. แทนที่จะแนะนำให้คุณปรับเซ็ตเสียงให้ได้เสียงที่ดีในอุดมคติ..

เนื่องเพราะ เส้นทางที่จะทำให้คุณสามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายปลายทางแห่งเสียงที่ดีในอุดมคติได้นั้น คุณต้องอาศัยการไต่เต้า ต้องเรียนรู้จากรากขึ้นไปถึงยอด ต้องเรียนรู้จากข้างในออกมาข้างนอก และต้องเป็นการเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัส มิใช่แค่อ่าน ท่อง และจำ แต่ต้องใช้วิธีฟัง คิด พินิจ และทดลอง

ทุกครั้งที่คุณขยับเลื่อนตำแหน่งลำโพงไปจากจุดเดิม องคาพยพของเสียงได้ถูกทำให้เกิดการบิดเบี้ยวไปแล้วอย่างมากมาย ตำแหน่งของทวีตเตอร์เคลื่อนย้ายไปจากเดิมเพียงมิลลิเมตร แต่นั่นหมายถึง องศาของมุมกระจายเสียงของความถี่สูงที่เป็นองค์ประกอบย่อยของตัวเสียงจำนวนนับร้อยนับพันเฮิร์ตได้ถูกปรับเปลี่ยนไป แค่เพียงลำโพงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้นที่ถูกเขยื้อนเคลื่อนย้ายไปจากตำแหน่งเดิม แต่นั่นหมายถึง มากกว่า 50% ของเสียงทั้งหมดที่คุณกำลังฟังถูกทำให้แปรเปลี่ยนไป ยังผลกระทบต่อคุณสมบัติทางกายภาพของเสียงทุกแง่ในปริมาณที่มากมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ไดนามิก (การสวิงของความดังของเสียง), ซาวนด์สเตจ (เวทีเสียง), เนื้อเสียง ตลอดจนถึงลักษณะของตัวเสียงที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไป

การเริ่มต้นเซ็ตอัพลำโพงโดยตั้งเป้าหมายไปที่เสียงที่คุณชอบ ดูจะเป็นวิธีคิดที่ถูกต้องได้ระดับหนึ่งสำหรับการเริ่มต้นย่างก้าวที่จะไต่เต้าขึ้นไปหาเสียงที่ดีในอุดมคติที่สถิตย์อยู่บนปลายสวรรค์ มันจะทำให้คุณสามารถยุติกระบวนการขยับเขยื้อนลำโพงลงได้พักหนึ่ง เสียงที่คุณชอบ หรือเสียงที่ใครๆ ชอบแม้สุ่มเสี่ยงที่จะมีคัลเลอร์ผสมอยู่ ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นกลางเหมือนเสียงที่ดีในอุดมคติ แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายนัก เพราะอย่างน้อยมันก็สามารถทำให้คุณรู้สึกแฮ๊ปปี้กับมันได้ชั่วคราว หรืออย่างน้อยมันก็ช่วยปรับทักษะการรับรู้ของหูคุณให้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของเสียงมากยิ่งขึ้นเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องมี สำหรับที่คุณจะใช้ในการขยับก้าวเดินขั้นต่อไป

เสียงที่คุณชอบ..??

หรือเสียงที่ใครๆ ชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเดียวกัน เพราะอะไร.?
เพราะคนเราชอบฟังเพลงต่างประเภทกัน ไม่ว่าจะเป็น คันทรี่, พ๊อพ, ดิสโก้, แดนซ์, ร็อค, แจ๊ส, คลาสสิก, แร็พ, พั๊งค์, เฮฟวี่เมทัล, ไล้ท์มิวสิค, นิวเอจ.. ฯลฯ ซึ่งแนวเพลงเหล่านี้ล้วนมีบลุคลิกทางเสียง (หรือ แคแร็คเตอร์) ที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น เพลงแนวดิสโก้จะมีโทนเสียงหนักไปทางด้านทุ้ม เสียงเบสหรือความถี่ย่านต่ำจะโดดเด่น มีปริมาณมากกว่าความถี่ในย่านกลางและแหลม ซึ่งต่างกันชัดเจนกับเพลงแนวคันทรี่ จะมีโทนเสียงเด่นไปทางด้านกลางกับแหลมมากกว่าทุ้ม เนื่องเพราะ เพลงแนวคันทรี่จะใช้เครื่องดนตรีหลักๆ จำพวกเครื่องสายอะคูสติก อย่างเช่น กีต้าร์โปร่ง, เบนโจ, ไวโอลิน และแมนโดลิน ซึ่งเครื่องดนตรีเหล่านี้จะให้คลื่นเสียงในย่านกลางและสูงมากกว่าทุ้มเกือบจะทุกชิ้น

ส่วนเพลงในแนวแด๊นซ์, โซล, ดิสโก้, แร๊พ หรือฟั๊งค์กี้ นั้นจะมีโทนเสียงที่ต่างออกไป คือจะมีปริมาณของความถี่เสียงย่านทุ้มมากกว่าความถี่เสียงย่านอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแนวแด๊นซ์กับดิสโก้ ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ใช้เสียงทุ้มของจังหวะบีทที่สร้างโดยเบส กลอง และซินธิไซเซอร์เป็นตัวดำเนินเรื่องของเพลงส่วนใหญ่ สมดุลเสียงของเพลงในแนวแด๊นซ์นี้จึงมีโทนัลบาลานซ์ของความถี่เสียงที่เอนเอียงไปทางด้านทุ้มมากกว่ากลางกับแหลม

หากเดิมที คุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงแนวคันทรี่มากกว่าแนวอื่นๆ ในกรณีนี้ ถ้าใช้ลักษณะแนวเพลงที่คุณชอบเอามาตั้งเป็นเป้าหมายในการเซ็ตอัพลำโพง คุณก็จะได้แนวเสียงของซิสเต็มออกมาตามแนวเพลงที่คุณชอบ คือโทนเสียงของซิสเต็มของคุณก็จะเน้นหนักไปที่เสียงกลางและเสียงแหลมมากกว่าทุ้ม ซึ่งเป็นซิสเต็มที่ใช้ฟังเพลงแนวคันทรี่ที่ดี ฟังแล้วได้อารมณ์เพลงแนวนี้อย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่คุณจะไม่ได้จากผลการเซ็ตอัพลำโพงครั้งนี้คือ ความเป็นกลาง ของโทนัลบาลานซ์ ซึ่งนั่นคือองค์ประกอบสำคัญอันดับแรกของสิ่งที่เรียกว่า เสียงที่ดีในอุดมคติ

หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงแนวแด๊นซ์มากเป็นพิเศษ เมื่อคุณทำการเซ็ตอัพลำโพงจนได้เสียงที่คุณชอบแล้ว สมดุลของโทนัลบาลานซ์ หรือสัดส่วนของความถี่ของซิสเต็มของคุณก็จะไม่เป็นกลาง จะมีปริมาณของความถี่ย่านทุ้มมากกว่ากลางและแหลม

โทนัลบาลานซ์ที่ไม่สมดุลของซิสเต็ม มีผลในทาง ลดทอน ความเป็นดนตรีของเพลงบางแนวลงไป การเซ็ตอัพลำโพงโดยอ้างอิงกับแนวเพลงประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป มีผลทำให้คุณต้องคอยลุกขึ้นมาขยับตำแหน่งลำโพงไม่สิ้นสุด

ฉะนั้น เป้าหมายเบื้องต้นในการเซ็ตอัพลำโพงก็คือ พยายามมองหาค่าเฉลี่ยของโทนัลบาลานซ์ของซิสเต็มของคุณให้เจอ และพยายามเซ็ตอัพลำโพงให้ได้โทนเสียงออกมาเป็นกลางให้มากที่สุด พยายามทำให้ซิสเต็มของคุณถ่ายทอดความถี่ย่านทุ้ม-กลาง-แหลมที่มีปริมาณใกล้เคียงกันให้มากที่สุด จะทำให้คุณฟังเพลงได้ไพเราะเสมอกันทุกแนวเพลง และเมื่อไรที่คุณสามารถเซ็ตอัพลำโพงออกมาได้ตามที่ว่านี้ เมื่อนั้นคุณก็สามารถพูดได้ว่า คุณได้เซ็ตอัพลำโพงจนได้คุณภาพของเสียงเข้าใกล้กับคำว่า เสียงที่ดีในอุดมคติ ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว



ธานี โหมดสง่า...........

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันศุกร์ 23 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 09:39 น. โดย ktt »

ออฟไลน์ nirut

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,143
  • เพศ: ชาย
Re: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันเสาร์ 24 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 10:47 น. »
     เคยอ่านมาแล้วเช่นกันครับพี่ศักดิ์   ตามความเข้าใจของผมผมก็เคยรู้สึกเช่นกันว่าถ้าเอาแผ่นเพลงใด เพลงหนึ่งมาเซตแล้วเสียงน่าจะไม่เป็นกลาง  ผมเลยนึกเอาว่าแผ่นที่ดีน่าจะมาจากการอันเสียงที่ไม่ต้องใช้การผสมเสียงในตอนหลัง  เขาน่าจะอัดมาจากสถานที่จริงที่ทำการบันทึกมาเลย ส่วนการเซตเสียงผมกลับรู้สึกว่าถ้าจะเซตให้ได้ดีน่าจะต้องเซตแล้วเสียงที่ออกมาเหมือนเครื่องดนตรีชิ้นนั้น ๆ มากกว่าจะดูแค่โทนบาลานซ์     อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจคือเซตเสร็จแล้วอารมยณ์ดนตรีมันต้องได้ เพราะหลาย ๆครั้งที่ทำแล้วเสียงดีแต่ไม่ถึงอารมยณ์ดนตรี พอเรามาดูจริง ๆ จะเห็นว่าการเซตครั้งนั้นมีอะไรที่ขาด ๆ ไปครับ    :yoyo (97):
Esoteric P-05 + D-05 ---> Aurorasound PREDA + Audia Strumento no 8 ---> Isophon Berlina RC7

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,551
  • Simple Man, Simple Dream
Re: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันเสาร์ 24 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 12:59 น. »
"ถูกต้อง" กับ "ถูกใจ" บางทีมันก้อไม่ไปในทิศทางเดียวกัน  :yoyo (97):

เซ็ทให้ถูกต้องสมกับคำว่า Hi-Fidelity สำหรับผมแล้วทำยาก
ขึ้นกับองค์ประกอบหลายแฟคเตอร์ บุคคลิก+คุณภาพของต้นทาง แอมป์ ลำโพง  ไหนจะสภาพอคูสติคของห้องฟังอีก
เลยเซ็ทให้ถูกใจตัวเองซึ่งเป็นคนฟังง่ายกว่า  :yoyo(68):

ออฟไลน์ wichai

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,250
Re: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันเสาร์ 24 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 14:43 น. »
                  การเซ็ทลำโพงถ้ามีห้องดีๆกว้างๆหน่อย   ตลอดจนการปรับอาคูสติกบางมุมบางจุดก็น่าทำเป็นอย่างยิ่ง!! (ถ้าทำได้)   เพราะมันจะเห็นศักยภาพของลำโพงเต็มที่ !!  ไม่ใช่ซื้อซื้อลำโพงมา 5 หมื่น  แต่ฟังได้ผลลัพธ์หมื่นเดียว (20%)  โดยเฉพาะ Totem model1 เนี่ย! เป็นลำโพงจตุรเทพ!    นักเล่นเสือ สิงห์ กระทิง แรด รู้ดี!!    เป็นลำโพงที่ขุนขึ้นชอบ ห้องดีแอมป์ดี  ปรับให้ดียิ่งเสียงดี!  แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง!    จะมีใครสักกี่คนที่จะปรับได้แบบนั้น กลางค่ำกลางคืนยังมาลากขาตั้งครอกเครกๆ..    บางคนเล่นห้องโถง  บางคนเล่นห้องเล็กๆ แทบจะขยับอะไรไม่ได้เลย  ก็แค่วางได้พอสวยงามให้สมกับราคาลำโพงเท่านั้น !  ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีห้องฟังเป็นเรื่องเป็นราว!....  ส่วนเพลงที่จะเอามาเซ็ท   ผมจะเลือกเพลงที่ชอบและอัดมาดีในการเซ็ทลำโพง แม้จะมีแผ่นเช็คอัพยัวซาวด์ก็ไม่ชอบใช้มัน     แต่ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้   ก็ต้องเช็คแพรแมรี่ซาวด์ของชุดที่แมตช์ในขั้นต้นก่อน ( amp/cd/dac/ลำโพง)  ไม่งั้นก็หาฝั่งยากเหมือนกัน!! :yoyo (97):

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,551
  • Simple Man, Simple Dream
Re: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันเสาร์ 24 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 22:04 น. »
อีกเรื่องที่ชวนปวดหัว คือ  ผมใช้ซีดีเป็นต้นทางในการเซ็ทลำโพง
พอเล่นกลับด้วยแผ่นดำ แล้วรู้สึกว่าเสียงไม่ใช่จุดพีคของลำโพงเมื่อฟังจากซีดี

ที่เลือกซีดีเป็นต้นทางตอนเซ็ทอัพ เพราะสะดวกในการกดหยุดเพลง กดย้อนเพลงกลับไปฟังซ้ำ

ออฟไลน์ krairerk

  • Moderator
  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,580
Re: บทความ "แนวเพลงแบบไหน ที่ควรเอามาใช้ในการเซ็ตอัฟลำโพง"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันอาทิตย์ 25 กุมภาพันธ์ 2018 เวลา 22:15 น. »
totem model 1 เซ็ตยากจริงๆ ผมเคยมีคู่นึงตัว single wire ยอมแพ้เลย ปล่อยๆไปนานแล้ว  :yoyo(30):
แผ่นเสียงไม่ใช่ปัจจัยสี่ ไม่มีไม่ตาย