ผู้เขียน หัวข้อ: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน  (อ่าน 1124 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« เมื่อ: วันศุกร์ 03 พฤษภาคม 2019 เวลา 14:18 น. »
The year of the cat ของ Al Stewart
"ปีของแมวเหมียว"

เพลงนี้เป็นเพลงดังข้ามกาลเวลา ของ Al Stewart (อ่านว่า อัล สจ๊วต นะครับ ไม่ใช่ สตีเวิต) ซึ่งแต่งไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1975 และเป็นเพลงหนึ่งซึ่งฟังเมื่อไรก็ได้ ฟังแล้วสบายใจไปกับเสียงดนตรีที่สบายใจ ไหลลื่น และสดใสจริงๆ เพลงนี้ผู้แปลได้อ่านดูจากหลายๆ เพจที่แปลความหมายเพลง ปรากฎว่าแปลออกไปหลายหลายความหมาย ว่ากันไปต่างๆ นาๆ ครับ บ้างก็ว่าหมายถึงปีแห่งความโหดร้าย บ้างก็ว่าผู้แต่งเพลงสมมติเหตุการณ์ในปี 1975 ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หรือเป็นปีที่ใช้แทนสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่มีวันเกิดขึ้น บางท่านเชื่ออย่างจริงๆ จังๆ ว่าต้องเป็นเรื่องที่มีนัยเกี่ยวกับสงครามเวียตนามแน่นอน และอะไรอีกต่างๆ นาๆ ซึ่งก็ว่ากันไม่ได้ เพราะเป็นไปตามจินตนาการและความเข้าใจของผู้แปลหรือผู้ฟังแต่ละท่าน ซึ่งเหตุเกิดจากผู้แต่งเพลงนี้เขียนเพลงออกมาแบบเล่าเรื่องราวกำกวม บอกความหมายไม่ชัดเจนที่อาจจะแปลหรือสื่อความหมายได้แบบนั้นจริงๆ

แล้วเจตนาจริงๆ ของผู้แต่งเพลงนี้เพื่อสื่อถึงอะไรครับ ?

อย่างที่ผู้แปลบอกอยู่บ่อยๆ ครับว่า เพลงในยุค 70's นี้ ส่วนมาจะแปลความหมายตรงๆ ตามเพลงไม่ค่อยได้ เนื่องจากเป็นยุคแห่งความเพ้อฝัน จินตนาการ ยาเสพติด และการค้นหาสัจธรรมในชีวิต เพราะคนแต่งสื่อความหมายตามความคิดของเขาเอง และหวังให้คนฟังคิดตามเขาให้ได้ แต่ปรากฏว่่าคนฟังคิดตามไม่ทัน เพราะไม่เข้าใจความหมายเขาจะสื่อ เลยไปกันคนละทิศละทางเลยครับ

เพลงนี้ถ้าแค่ฟัง จะรูึสึกว่าเนื่อเพลงไพเราะ รื่นหู มีสัมผัสในเนื้อเพลงอย่างสวยงาม แต่พอมาอ่านเนื้อเพลงเข้าจริงๆ กลับรู้สึกแปลกๆ ไม่ปะติดปะต่อกัน บางช่วงก็เขียนแบบยกเอาเหตุการณ์หรือบุคคลอื่นมาอ้างอิง ซึ่งผู้ฟังต้องนึกตามให้ทันว่าเหตุการณ์ หรือบุคคลนั้นมีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งถ้าผู้ฟัง เกิดไม่ทันยุคนั้นๆ หรือไม่ทันบุคคลเหล่านั้นก็เท่ากับฟังเพลงไม่เข้าใจความหมายของผู้แต่งซะแล้ว เช่น Bogart และ Peter Lorre เป็นต้น ซึ่งเป็นคนดังมาตั้งแต่ช่วงยุค 60's นั่นเลยครับ แต่รุ่นเราๆ นี้คงรู้จักกันไม่กี่คนแล้ว

จริงๆแล้ว พอแปลละเอียดจึงรู้เนื้อหาว่า ในเนื้อเพลงพูดถึงนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง กับสาวคนหนึ่ง ที่เกิดมาเจอกันด้วยความบังเอิญ และเกิดความเสน่หาแบบรักฉับพลัน เลยไปมีสัมพันธ์กันในคืนนั้น และตื่นเช้ามาอยู่ด้วยกันจนนักท่องเที่ยวคนนั้น "ตกทัวร์" ไม่สามารถไปกับคณะที่มาได้... เนื้อเพลงมีแค่นั้นเองจริงๆ ผู้แปลเลยสงสัยว่ามีอะไรที่ยังเป็นสิ่งที่ผู้แต่งต้องการสื่ออีกไหม และได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ Al Stewart และ Peter Wood ผู้แต่งเพลงนี้ถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้ซะเลยให้หายสงสัย ปรากฏว่าได้ใจความสำคัญดังนี้ครับ

"เพลงนี้เป็นเรื่องเล่าสนุกๆ ไม่ได้สื่อความหมายอะไรเป็นพิเศษ แค่ต้องการเล่าเรื่องให้ฟังว่า เรื่องราวเกี่ยวกับ นักท่องเที่ยวหนุ่มคนนึงกับสาวฮิปปี้ที่มาจากแดนไกลอีกคนหนึ่ง หนุ่มนักท่องเที่ยวหลงเสน่ห์สาวนางนี้ จึงอยู่ค้างคืนด้วยจนถึงเช้า จนทำให้ต้องตกรถทัวร์ และพลาดการเดินทางของเขาต่อไป"
มันก็แค่นี้เองจริงๆ ครับ
อ้าว แล้วคำว่า "The year of the cat" มาจากไหน ????

Al Stewart และ Peter Wood เฉลยว่า ตอนที่แต่งเพลงจบแล้ว หาคำสร้อยลงในเนื้อเพลงลงท้ายไม่ได้ จึงเว้นไว้ก่อน และมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชื่อเพลงนี้น่าสนใจ เพราะเนื้อเพลงก็ดูธรรมดา เลยอาจไม่เป็นที่สนใจของผู้ฟัง แล้วจู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าน่าจะเอาสัตว์ที่เป็นนักษัตร ตามปีนั้น คือปี ค.ศ.1975 มาเป็นชื่อเพลงเพื่อให้เป็น Trademark ของปีที่แต่งเพลงนี้ แต่คิดไปคิดมาอยู่นานก็มาลงที่ แมว สาเหตุเพราะปี 1975 นั้น สัตว์ตามปีนักษัตรของเวียตนาม คือ แมว ซึ่งตรงกับ ปีเถาะ ของไทย จึงเป็นที่มาของเนื้อเพลงที่เป็นคำสร้อยในเพลงว่า "In the year of The Cat " เหมือนกับต้องการจะบอกว่า เหตุการณ์ในเพลงนี้ เกิดขึ้นในปีแมวเหมียว 1975 นี้เอง

ซึ่งทั้งสองคนผู้แต่งเห็นว่าแปลกดี เลยเอามาเป็นชื่อเพลงซะเฉยๆ เลย โดยไม่ได้มีเจตนาสื่อความหมายอื่นใด และลงท้ายเนื้อเพลงทุกท่อนด้วยคำว่า "The year of the cat" ซึ่งผู้แปลเห็นว่าไม่มีคำแปลใดจะเหมาะสมในการแปลเท่ากับคำว่า "ปีของแมวเหมียว" จึงขอใช้คำนี้ในการแปลเพลงท่อนนี้นะครับ

ก็ช่างคิดช่างสรรหาจริงๆ นะครับ ตามแนวเพลงยุค 70's เลย ถ้าไม่บอกมา คนฟังแบบเราๆ คงตามไม่ทันที่เขาสื่อให้คิดจริงๆ
แสดงว่าที่ผ่านมานี้ คนฟังทั้งหลายนี่ "มโน" กันไปหมดเลยซะงั้น !
ลองดู MV เพลงนี้ประกอบจะเข้าใจครับ เพราะ เดินเรื่องตรงตามเนื้อหาในเพลงเลย แต่รู้สึกนางเอกในนี้จะดู...... ไปหน่อยครับ... 555

ลองมาอ่านเนื้อเพลงแปดูนะครับ ว่าอ่านแล้วถ้าไม่รู้จักดารา หรือสถานที่ตามที่ผู้แปลบอก จะงงขนาดไหน ส่วนไหนที่จำเป็นต้องขยายความ ผู้แปลจะแทรกไว้ตรงย่อหน้านั้นเช่นเคยนะครับ

On a morning from a Bogart movie
In a country where they turn back time
You go strolling through the crowd like Peter Lorre
Contemplating a crime
She comes out of the sun in a silk dress running
Like a watercolour in the rain
Don't bother asking for explanations
She'll just tell you that she came
In the year of the cat

ในเช้าวันหนึ่งที่บรรยากาศคล้ายกับภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Bogart**
ในเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งเหมือนเป็นสถานที่ๆ เวลาย้อนกลับไป
คุณกำลังเดินเปะปะเข้าไปในฝูงชนเหมือน Peter Lorre**
ที่กำลังครุ่นคิดว่าจะก่ออาชญากรรมอะไรสักอย่าง
แล้ว...หล่อนก็ปรากฎตัวขึ้นกลางแสงแดดในชุดผ้าไหมแนบเนื้อสวยงาม
มันเป็นภาพที่พร่าเลือนเหมือนภาพวาดสีน้ำในสายฝน
อย่าพยายามถามเพื่อให้ได้ความกระจ่างใดๆ จากเธอ
เธอจะบอกคุณได้แค่ว่า.....
เธอมาจาก "ปีของแมวเหมียว....."

** Bogart คือ Humphrey Bogart ดาราดังในช่วงยุค 60's ส่วนมากรับบทเป็นพระเอก ประมาณน้าแอ๊ด สมบัติ เมทินี บ้านเรา
** Peter Lorre ก็เป็นดาราดังในยุคเดียวกับ Bogart แต่รับบทเป็นดาวร้ายเสียส่วนใหญ่ ประมาณเป็นลุงดามพ์ ดัสกร ที่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าตัวโกงแน่ๆ
ภาพยนตร์ที่เพลงนี้กล่าวถึงคือ Casablanca เพราะดาราทั้ง 2 เล่นด้วยกัน โดย Bogart เป็นพระเอก และ Lorre เป็นดาวร้ายตามฟอร์มครับ

She doesn't give you time for questions
As she locks up your arm in hers
And you follow 'till your sense of which direction
Completely disappears
By the blue tiled walls near the market stalls
There's a hidden door she leads you to
These days, she says, I feel my life
Just like a river running through
The year of the cat

เธอไม่ได้ปล่อยโอกาสให้คุณได้ถามอะไรมากไปกว่านั้น...
เพราะเธอได้ "ล๊อคแขน" คุณ และเกาะกุมจนแน่นซะแล้ว
แล้วเธอก็พาคุณเดินวกไปวนมา จนคุณหลง จำทางที่มาไม่ได้
แล้วเธอก็จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ "หายไป" อย่างสมบูรณ์
ตรงกำแพงกระเบื้องสีน้ำเงิน ใกล้กับตลาดแผงลอย
เธอได้พาคุณไปยัง "ประตูลับ" ที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น
"ทุกวันนี้" เธอพูดขึ้น "ชีวิตฉันช่างเหมือนกับสายน้ำที่ไหลผ่าน
ปีของแมวเหมียว....."

Well, she looks at you so cooly
And her eyes shine like the moon in the sea
She comes in incense and patchouli
So you take her, to find what's waiting inside
The year of the cat

เธอมองจ้องคุณอย่างชื่นชม
และดวงตาเธอส่งประกายดั่งเงาจันทร์ในท้องทะเล
เธอมาพร้อมกับกลิ่นหอมเย็นของพิมเสน
แล้วคุณก็อดใจไม่ได้ ที่จะพาเธอไปเพื่อค้นหาว่าอะไรที่รออยู่
ในปีของแมวเหมียว...

Well, morning comes and you're still with her
And the bus and the tourists are gone
And you've thrown away the choice and lost your ticket
So you have to stay on
But the drum-beat strains of the night remain
In the rhythm of the new-born day
You know sometime you're bound to leave her
But for now you're going to stay
In the year of the cat

จวบจนรุ่งเช้าของวันใหม่ คุณก็ยังคงอยู่กับเธอ
รถทัวร์ที่พาคุณมา พร้อมกับคณะ ตอนนี้ไปไหนแล้วไม่รู้
คุณเลือกที่จะทิ้งการเดินทางที่คุณซื้อตั๋วมา
คุณก็ต้องอยู่ที่นี่ซะแล้ว....
แต่ทว่า ความตื่นเต้นของคุณ ราวกับ เสียงกลองกระหน่ำเมื่อคืนยังคงไม่สร่างซา ราวกับว่าเป็นจังหวะเดียวกันกับการเริ่มต้นของวันใหม่
คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่า วันหนึ่งคุณต้องจากที่นี่ และจากเธอไป
แต่ในวันนี้ ตอนนี้ คุณขอเลือกที่จะมีความสุขอยู่กับเธอ
ในปีของแมวเหมียว.......

https://www.youtube.com/watch?v=vqmdG2iNaxE

** เครดิต ผมก็อปมาจากเพจนี้ครับ อาจารณ์โอ๋ ตามไปอ่านกันได้นะ

" ความหมายในบทเพลงจากกาลเวลา By 'จารย์โอ๋ "

https://www.facebook.com/pg/sewatasai/posts/?ref=page_internal
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ TDCBandRocks

  • ชอบคุยมาก
  • ****
  • กระทู้: 332
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันอาทิตย์ 05 พฤษภาคม 2019 เวลา 15:29 น. »
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ brprint

  • ชอบคุยมาก
  • ****
  • กระทู้: 435
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันจันทร์ 06 พฤษภาคม 2019 เวลา 16:31 น. »
รออ่านเรื่องใหม่อยู่ครับ

ออฟไลน์ wichai

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,274
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันอังคาร 07 พฤษภาคม 2019 เวลา 08:20 น. »
อ่านแล้วสนุกครับ!    ตามจริงบรรดาเพลงที่เราฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั้น!  ถ้าฟังความเนื้อหาออกว่าก็จะดีไม่น้อย ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรให้เรารับรู้??  ทั้งนี้เพื่อความอรรถรสของการฟัง         มันเป็นสิ่งที่ยากมากที่นักฟังเพลงโพ้นทะเลอย่างพวกเราที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง!           เฉพาะจะสื่อเพลงที่ร้องกันในแต่ละภาคบ้านเราก็จนปัญญาแล้วนะโยม!!   เพลงอีสาน เพลงใต้ เพลงหมอรำ เพลงแร็ป.....ก็ภาคใครภาคมันเท่านั้นถึงจะเข้าใจได้ดีร้อยเปอร์เซ็น!       แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นจุดอ่อนไม่  เราฟังจังหวะคล้อยตามที่เขาร้องให้ฟังก็สนุกแล้ว  โดยเฉพาะผ่านระบบเครื่องเสียงที่โปรดปราณของเรา!   อย่างอื่นก็ไม่ต้องคิดมาก    ฟังเนื้อทำนอง ก็มะโนให้เห็นภาพกันเองล่ะกัน!! :yoyo (92):

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันอังคาร 07 พฤษภาคม 2019 เวลา 13:08 น. »
อ่านแล้วสนุกครับ!    ตามจริงบรรดาเพลงที่เราฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั้น!  ถ้าฟังความเนื้อหาออกว่าก็จะดีไม่น้อย ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรให้เรารับรู้??  ทั้งนี้เพื่อความอรรถรสของการฟัง         มันเป็นสิ่งที่ยากมากที่นักฟังเพลงโพ้นทะเลอย่างพวกเราที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง!           เฉพาะจะสื่อเพลงที่ร้องกันในแต่ละภาคบ้านเราก็จนปัญญาแล้วนะโยม!!   เพลงอีสาน เพลงใต้ เพลงหมอรำ เพลงแร็ป.....ก็ภาคใครภาคมันเท่านั้นถึงจะเข้าใจได้ดีร้อยเปอร์เซ็น!       แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นจุดอ่อนไม่  เราฟังจังหวะคล้อยตามที่เขาร้องให้ฟังก็สนุกแล้ว  โดยเฉพาะผ่านระบบเครื่องเสียงที่โปรดปราณของเรา!   อย่างอื่นก็ไม่ต้องคิดมาก    ฟังเนื้อทำนอง ก็มะโนให้เห็นภาพกันเองล่ะกัน!! :yoyo (92):

จริงครับพี่ กับเพลงฝรั่งผมก็ฟังแบบ เน้นทำนอง ทีมเพลงช้าเร็ว เป็นหลักครับ แต่พอดีวันก่อน ในเพจโหลดเพลง เค้าแนบเพจ 'จารย์โอ๋ มาเรื่องความหมายของเพลง ที่ ลุง อาต คาฟังเกล
มามาร้องใหม่ จนผมก็นึกว่าเป็นเพลงของแก

ผมตามไปอ่านที่เพจ อ. อ่านแล้วอึ้งเลยครับ ฟังมาตั้งนาน ไม่ค่อยใส่ใจความหมายที่มาที่ไป พอรู้ที่มา....อ้ายหย่ะ

อ้างถึง
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ

อ้างถึง
รออ่านเรื่องใหม่อยู่ครับ

กดตามลิ้งค์ที่ผมแนบไว้ได้เลยครับ เค้าเขียนไว้เยอะเลยครับ อ. กับน้า..
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันอังคาร 07 พฤษภาคม 2019 เวลา 13:16 น. »
เพลง Down in the willow garden ของ Art Garfunkel.
"เรื่องราวของคดีฆาตกรรม Rose Conelly.."

เพลง Down in the willow garden หรือบางทีก็เรียกกันว่าเพลง Rose Connelly เป็นเพลง Ballad เก่าแก่ ที่เล่าเรื่องราวของนักโทษประหารที่ฆ่าแฟนสาวของตัวเอง และตอนนี้ (ตามเพลง) เขาก็กำลังจะได้รับโทษด้วยการแขวนคอ

เพลงนี้มีต้นกำเนิดในยุคศตวรรษที่ 19 โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากแถว Ireland ก่อนที่จะมาดังมากในสหรัฐอเมริกา เนื้อเพลงมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมตามยุคตามสมัย และพอมาถึงยุคธุรกิจดนตรี ก็มีการตัดให้สั้นลง เพลงนี้ ถูกบันทึกเสียงโดยนักร้องอาชีพครั้งแรกเมื่อปี 1927 แต่เริ่มมาดังในปี 1947 ในเวอร์ชั่นที่ร้องโดย Charlie Monroe และหลังจากนั้นก็ยังมีการบันทึกเสียงกันอีกหลายครั้ง

Version ที่นำมาให้ฟังนี้ร้องโดย Art Garfunkel จากอัลบั้ม Angel Clare ที่ออกมาเมื่อปี 1973 ครับ

Down in the willow garden
Where me and my love did meet
As we sat a-courtin'
My love fell off to sleep

ในสวนที่มีใบไม้แผ่ย้อยปกคลุม
ที่ซึ่งผมและคนรัก นัดมาพบกัน
ช่วงที่เรานั่งเฝ้าพะเน้าพะนอ
คนรักของผมก็หลับไป


I had a bottle of Burgundy wine
My love, she did not know
So I poisoned that dear little girl
On the banks below

ผมมีไวน์ Burgundy อยู่ขวดหนึ่ง
คนรักของผมไม่รู้
ว่าผมวางยาพิษ สาวน้อยที่น่าสงสาร
ณ ริมฝั่งแม่น้ำแห่งนั้นเอง

I drew a saber through her
It was a bloody knife
I threw her in the river
Which was a dreadful sign

ผมแทงดาบทะลุร่างเธอ
ใบมีดเต็มไปด้วยเลือด
ผมทิ้งร่างเธอลงแม่น้ำ
มันเป็นภาพที่น่าสยดสยอง

My father often told me
That money would set me free
If I would murder that dear little girl
Whose name was

พ่อมักบอกกับผมว่า
ทรัพยสินของ Rose จะทำให้ผมเป็นอิสระ
จากการที่ผมฆ่าสาวผู้น่าสงสาร
ที่ชื่อ Rose Connelly (ฆาตกรรมเพื่อหวังสมบัติของ Rose)

My father sits at his cabin door
Wiping his tear-dimmed eyes
For his only son soon shall walk
To yonder scaffold high

พ่อผมนั่งอยู่ที่หน้าประตูบ้าน
เช็ดน้ำตาจากดวงตาที่หม่นหมอง
เพราะลูกชายคนเดียวของท่าน
กำลังเดินสู่ตะแลงแกง

My race is run, beneath the sun
The scaffold waits for me
For I did murder that dear little girl
Whose name was Rose Connelly

ชะตาของผม คงอยู่ได้แค่สิ้นแสงอาทิตย์
ตอนนี้ตะแลงแกงรอผมอยู่
จากการที่ผมฆ่าสาวผู้น่าสงสาร
ที่ชื่อ Rose Connelly

https://www.youtube.com/watch?v=BQo26Uz4bCg

YOUTUBE.COM
Art Garfunkel Down In The Willow Garden
Written By Charles Monroe And Record By Art In 1973 At Grace Cathedral, New York. The…

+++ ไปก็อปมาแป่ะลงครับ เพลงที่ว่าครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนแต่งเพลงจะใจเด็ดขนาดนั้น ลองอ่านดูครับ +++
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ kitaro

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 5,071
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: วันอังคาร 07 พฤษภาคม 2019 เวลา 19:24 น. »

      เพลง  酒矸倘賣無

https://youtu.be/jGY0lAWCMCY


เป็นเรื่องราวของคนเก็บขวดผู้เป็นใบ้ ที่พบเด็กทารกหญิงในกองขยะ เขาเก็บเด็กคนนั้นมาเลี้ยงดู และด้วยรักที่เหมือนพ่อแท้ ๆ ของเด็ก ทำให้เขาเลิกเหล้าได้ เมื่อเด็กผู้หญิงนั้นเติบโตขึ้น เธอประสบความสำเร็จจนกระทั่งเป็นนักร้องชื่อเสียงโด่งดัง แต่ทว่าทางต้นสังกัดให้ปกปิดประวัติไว้ เพราะไม่ต้องการให้สังคมรับรู้ว่าเธอคือเด็กกำพร้า ทำให้คนขายขวดยังต้องขายขวดต่อไป จนกระทั่งเธอเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ขณะที่ผู้เป็นพ่อกำลังป่วยหนักใกล้เสียชีวิตโดยที่เธอไม่รู้ เมื่อเขาเสียชีวิต เธอแม้พยายามจะกลับมาดูใจแล้วแต่ก็ไม่ทัน

ด้วยเนื้อหาที่กินใจและวิพากษ์สังคม ทำให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเข้าฉายที่ไต้หวันถึง 8 ครั้ง และฮ่องกง 11 ครั้ง ชนะรางวัลม้าทองคำ 4 รางวัล โดยเฉพาะเพลงประกอบที่ชื่อ 酒矸倘賣無 (Jiǔ gān tǎng mài wú) โด่งดังมาก กลายเป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบัน มีการขับร้องใหม่และเรียบเรียงดนตรีใหม่อีกหลายครั้ง หรือการแปลงเนื้อเป็นภาษาไทย

ในปี ค.ศ. 2005 ได้มีการนำเนื้อเรื่องกลับมาสร้างใหม่เป็นซีรีส์โดยจีนแผ่นดินใหญ่ นำแสดงโดย หลี เสวียเจี้ยน และ หลี หลิน กำกับโดย เกา ซีซี (ในประเทศไทยออกอากาศทางไทยพีบีเอสในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2008

**** จาก วิกิพีเดีย


เพลง  酒矸倘賣無

Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?

What a familiar voice.
It has accompanied me for many years.
I’ve never recall it.
Because I’ve never forget it.

The earth won’t exist without the heaven.
The home won’t exist without the earth.
You won’t exist without the home.
I won’t exist without you.

If you didn’t raise me,
and offered me a warm life.
If you didn’t protect me,
what would my fate be.

You bring me up
and accompany me to say the first sentence.
You give me a home
 and let me own it with you.

Although you say nothing,
 You know much more about the right, wrong, true and false in the world than me.
Although you are not good at expressing your real feelings,
You devote your precious life.

Your familiar voice comes from afar.
It reminds me of your kind heart.
When will you come back to me,
And let me sing the song with you?

Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?
Is there any empty wine bottle to sell?

ออฟไลน์ ktt

  • ผู้สนับสนุน
  • รุ่นใหญ่
  • *
  • กระทู้: 3,086
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: วันพุธ 08 พฤษภาคม 2019 เวลา 05:08 น. »
เยี่ยมยอดเลยครับทั้งน้าแก้วและน้าคิ  :yoyo (80): :yoyo (80): เอาเบื้องหลังเพลงดี ๆ มาให้ได้รับรู้กัน

ลงให้อ่านในนี้ใครมีเวลาว่างจากการงานมานั่งอ่านย้อนหลังก็ทำได้

ผ่านไปอีก 5-10 ปี ข้อมูลพวกนี้ก็ยังอยู่ สามารถค้นหาอ่านย้อนหลังได้ตามสบาย

นึกแล้วเสียดาย เวปดี ๆ แบบนี้ คนมองข้ามกันไป มัวแต่ไปหลงตามกระแสเทคโนโลยี่ ลงคลิปเปิดเพลงโชว์กันไปวัน ๆ เฮ้อ.... 

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 09 พฤษภาคม 2019 เวลา 14:35 น. »
หนังเรื่อง พ่อจ๋าอย่าร้องให้ เนี่ยเคยดูมานานแล้ว วันก่อน ก็ดูผ่าน pbs แต่น่าจะดัดแปลงใหม่เป็น ตัวพ่อเก็บเด็กมาเลี้ยง เป็นผู้ชาย แล้วตัวเด็กมีพรสวรรค์ทางไวโอลิน
เก่งระดับ อ.ที่สอนทางด้านนี้ยอมรับเป็นศิษย์......เรื่องอีกเยอะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องย้ายมาอยู่กับ อ.  .....สุดท้ายตัวเด็กรักพ่อมากกว่า เลยยอมทิ้งทุกอย่าง มาหาพ่อ
แล้วเล่นไวโอลินให้พ่อฟังแทน ตอนจบเล่นที่สถานีรถไฟ ...อิอิ ดูแล้วมี น้ำตาซึม..(ตอนดูนั่งดูอยู่คนเดียว น้ำตาซึม มะเปงไร อิอิ)
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันพุธ 22 พฤษภาคม 2019 เวลา 14:09 น. »
เพลง Island of Life ของ Kitaro & Jon Anderson
"คือหัตถาครองพิภพ จบสากล...."

เพลงนี้ ติดค้างท่านผู้อ่านที่แนะนำมาหลายท่านมานานอักโขทีเดียว เพราะจะเขียนทีไร ก็มีเหตุให้ต้องไม่ได้เขียนซักครา เลยยืดเวลามาจนถึงวันนี้ ไม่ทราบว่าท่านที่แนะนำกันมายังจะติดตามอ่านกันอยู่หรือเปล่า 555

ครั้งหนึ่ง เมื่อปี ค.ศ.1994 หรือ พ.ศ.2537 นั่นเลย มีโฆษณาโทรทัศน์สินค้าตัวหนึ่ง จากแดนอาทิตย์อุทัย Produce มาเพื่อดึงดูดลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ถึงกับจ้าง "ไมเคิ้ล หว่อง" มาแสดง ร่วมกับนางแบบกิตติมศักดิ์ชาวไทย ท่านหนึ่ง (ขออุบชื่อท่านไว้ก่อน) โดยใช้เพลงนี้ประกอบ และเดินเรื่องโฆษณา ให้นางแบบใส่ชุดราตรีสีขาวยาว ยืนอยู่บนประภาคารกลางทะเล และให้ลมพัดชุดสวยพริ้วไปตามสายลม โดยมีไมเคิ้ล หว่อง ล่องเรือหารักมากลางทะเล เรียกว่าบรรยากาศ "โมแรนติค" สุดๆ ทั้งโฆษณา ปล่อยอารมณ์ให้เพลงเป็นตัวเดินเรื่องไปจนจบ ถึงมีการแนะนำชื่อสินค้าตอนท้าย

ผลปรากฏว่า ผู้ชมส่วนใหญ่ จำอะไรเกี่ยวกับสินค้านั้นไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อสินค้า หรือแม้แต่นางแบบแสนสวยในโฆษณา ผู้ชมก็แทบไม่ได้สนใจเลยว่าเป็นใคร :] เพราะนอกจาก ไมเคิ้ล หว่องแล้ว ก็จำได้แต่เพลงประกอบ ว่าไพเราะมาก เพลงที่ร้องว่า You are the sea, You are the sky.... เท่านั้น และยังชอบเพลงนี้มาจนถึงปัจจุบัน ผู้แปลจึงอยากถามท่านที่เป็นนักการตลาดว่า ถือว่าโฆษณาตัวนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ครับ เพราะมีคนจำนวนมากสามารถจำเพลงในโฆษณาได้ 555

โฆษณาดังกล่าว แท้ True แล้ว เป็นโฆษณาของเครื่องสำอางค์ Hanako Tokyo ครับ ส่วนนางแบบกิตติมศักดิ์ในโฆษณานี้คือ ม.ล.สราลี กิติยากร ครับ ถึงตรงนี้แล้วหลายท่านคงร้อง อ๋อออออออ ผู้แปลได้นำ Spot โฆษณานี้มาให้ชมด้วยแล้วครับ ตรง Comment ด้านล่าง เผื่อท่านใดอาจยังไม่เคยได้ชมมาก่อน...

กลับมาเรื่องเพลงครับ เพลงนี้เป็นเพลงดังมากๆ ในแถบเอเชีย และบ้านเรา เพราะศิลปินที่แต่งดนตรีในเพลงนี้เป็นชาวแดนอาทิตย์อุทัย ชื่อ มะซะโนริ ทะคะฮะชิ เป็นศิลปินแนว New Age ที่ชอบสร้างสรรค์ผลงานดนตรีด้วยเครื่องคนตรีอีเลคโทรนิคส์ Synthesizer เป็นหลัก แต่เรารู้จักท่านในฉายาว่า Kitaro ซึ่งท่านมีผลงานเพลงออกมามากมายหลาย Album ก็ล้วนถูกในแฟนๆ เพลงในประเทศสารขัณฑ์เป็นอย่างมาก ส่วนเนื้อร้องในเพลงนี้ แต่งโดยศิลปินชาวอังกฤษ ที่ขา Rock บ้านเราน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี เขาคือ Jon Anderson นักร้องนำวง YES เจ้าของเสียงร้องในเพลง Owner of a lonely heart ที่โด่งดังสุดๆ ในบ้านเราช่วงต้นยุค 80's มาแล้ว

เพลงนี้เป็นเพลงที่กล่าวถึง และยกย่องเพศหญิงครับ เปรียบว่าเพศหญิงคือ ความรัก ความห่วงใย ความสดใส และความเบิกบาน เติมเต็มทุกอย่างในโลกให้โลกมีชิวิตชีวา อุปมาว่า เพศหญิงเป็นท้องฟ้า ท้องทะเล และมหาสมุทร ส่วนคนร้องเพลงนี้ คือตัวแทนของผู้ชาย ความรัก และความซื่อสัตย์ เป็นเสมือนเกาะ ที่อยู่ท่ามกลางความรักจากท้องฟ้า ท้องทะเล และมหาสมุทร อันเป็นเสมือนความรัก ความห่วงใย จากคนที่เขารัก.... ในเนื้อเพลงใช้คำว่า Island of faith และ Island of life แทนความหมายตรงนี้นะครับ

เนื้อเพลงนี้ยกย่องเพศหญิง จึงทำให้ผู้แปลนึกถึงเพลงไทยที่ร้องว่า "อันมือไกวเปลไซร้แต่ไรมา คือหัตถาครองพิภพจบสากล" ตามที่จั่วหัวเรื่องไว้อย่างไรครับ

ในเนื้อเพลง ใช้คำศัพท์ง่ายๆ แต่อาจจะต้องตีความหมายจากคำแปลเล็กน้อยครับ เพราะเขียนด้วยอารมณ์กวี
มีคำศัพท์ที่น่าสนใจคำหนึ่ง เป็นศัพท์ของเมืองผู้ดีอังกฤษแท้ๆ ครับ แต่พบเห็นใช้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน คำว่า "For life" ในประโยคว่า When we stand together for life บางท่านกดตรงๆ ตัวเลยแปลว่า "เมื่อเรายืนอยู่ด้วยกันเพื่อชีวิต......" อ่านแล้วก็งงๆ เหมือนกันครับ ยืนเพื่อชีวิตคืออะไร ?

จริงๆ คำว่า For life มีความหมายว่า "ตลอดชีวิต" ครับ ดังนัน ประโยคนี้จึงแปลว่า "เมื่อเราได้อยู่คู่กันตลอดชีวิต..." ประมาณนั้นครับ มีคำว่า For อีกคำหนึ่งที่พบเห็นบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คือคำว่า For good อันนี้ก็ไม่ได้แปลว่า เพื่อความดี หรือเพื่อสิ่งดีงามอะไรนะครับ แต่แปลว่า "ตลอดกาล" เช่นเพลง Back for good ของ Take That แปลว่า "กลับมาอยู่กับเธอตลอดกาล" ครับ

เรามาย้อนเวลาฟังเพลงแสนไพเราะเพลงนี้ พร้อมอ่านเนื้อเพลงและความหมายไปด้วยกันนะครับ

She sees me.She understands
She helps with all of my fears
When we stand together for life
Who will hold a child in her arms

เธอเฝ้ามองฉันด้วยความเป็นห่วงและเข้าใจทุกอย่าง
เธอช่วยปลอบฉัน เวลาที่ฉันกลัว
เมื่อใดที่เราได้อยู่คู่กันตลอดชีวิต
เธอจะอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนของเธอ

She reaches out.So many friends
Who seek to live this world
When we stand together for life
She will hold a child in her arms

เธอเอื้อมมือของเธอไป เพื่อให้เพื่อนๆ ร่วมโลก
ผู้สับสน และหาทางอยู่อย่างมีความสุขในโลกนี้
เมื่อใดที่เราได้อยู่คู่กันตลอดชีวิต
เธอจะอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนของเธอ

Chorus:
Without woman Earth would fade and die
Without woman, Who am I
Who am I on this Island of Faith
Who am I on this Island of Life

ถ้าโลกนี้ปราศจากผู้หญิง โลกคงโรยรา และสิ้นความสดใส
ถ้าโลกนี้ปราศจากผู้หญิง แล้วตัวฉันจะเป็นอย่างไร
ตัวฉันจะอยู่ตรงไหน ในโลกแห่งความรักที่ซื่อสัตย์นี้
ตัวฉันจะอยู่ตรงไหนของโลกแห่งชีวิตนี้....

She listens.She understands
For those searching for truth
We will stand together for life
We will hold a child in our arms

เธอรับฟังทุกอย่าง ด้วยความเข้าใจเสมอ
และไม่ว่าอย่างไร เธอจะเชื่อในความจริงเสมอ
เราจะต้องอยู่คู่กันตลอดชีวิต
และเราจะโอบอุ้มลูกน้อยของเราไปด้วยกัน...

Chorus:

You are the Sea
You are the Sky
You are the Ocean
I am the Earth
I am the Island of your Love

เธอคือทะเลกว้าง
เธอคือท้องฟ้าที่โอบล้อมโลกไว้
เธอคือมหาสมุทรใหญ่
ตัวฉันคือผืนดิน
ผืนดินที่เธอโอบล้อมอยู่ด้วยความรักทั้งหมดของเธอ....

She sees me.She understands
She helps With all of my fears
When we stand together for life
She will hold a child in her arms

เธอเฝ้ามองฉันด้วยความเป็นห่วงและเข้าใจทุกอย่าง
เธอช่วยปลอบฉัน เวลาที่ฉันกลัว
เมื่อใดที่เราได้อยู่คู่กันตลอดชีวิต
เธอจะอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนของเธอ

Chorus

Dreams are the understanding of life
Dreams are the understanding of love

ความฝันที่เป็นจริงของเราคือเราเข้าใจในชีวิต
ความฝันที่เป็นจริงของเราคือเราเข้าใจในรักของเรา....

https://www.youtube.com/watch?v=8KlqP29JHMA

YOUTUBE.COM
Island of Love - Jon Anderson & Kitaro
Cancion creada por la dupla Jon Anderson y Kitaro, dedicada a la mujer y su fuerza creadora, pero yo la dedico a una en…

--ก็อบมาแป่ะนะครับ ความหมายในบทเพลงจากกาลเวลา By 'จารย์โอ๋ --
เพลงนี้สมัยก่อนดังมากในบ้านเรา ตัวผมเองทำงานเริ่มจะมั่นคงแล้ว มีเงินซื้อน้ำหอมให้แฟนได้แล้ว ก็เจ้า hanako tokyo นี่แหล่ะ คือ 1 ในนั้น
พอได้รู้ความหมายลึกๆนี่ คนแต่เพลงเค้าช่างล้ำลึก เจงๆ
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ old devil

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 626
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันพุธ 22 พฤษภาคม 2019 เวลา 19:42 น. »
ได้ไปดูการแสดงสดของ Kitaro และ Jon Anderson ที่สวนหลวง ร.9 และเล่นเพลงนี้ด้วย เพราะมาก เพราะผมเป็นแฟนของ Jon Anderson นักร้องนำวง yes วง progressive rock ชื่อดัง และ kitaro ที่ติดใจชุด Kojiki เสียงร้องของ jon ที่ออกแนวหวานบวกกับสไตล์ดนตรี new age ของ kitaro ที่ทรงพลัง หนักแน่น ยังจำได้เป็นอย่างดี เห็นคุณแก้วเอามาลงเลยนึกขึ้นมาได้เลยมาแชร์ประสบการณ์ด้วย

ตอนนั้นดูฟรีเพราะได้บัตรฟรีจากสปอนเซ่อร์ที่ขายรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง

ออฟไลน์ old devil

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 626
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันพุธ 22 พฤษภาคม 2019 เวลา 19:47 น. »
อ้อ เพลง Owner of a lonely heart นั้นไม่ใช่แนวของวง yes ออกแนว pop จ๋า บรรดาแฟนๆที่คุ้นกับ สไตล์ prog. rock บ่นอุบ บอกว่า หมดทางหากินแล้วเลยมาเล่นแนวนี้ แต่ปรากฎว่าดังเกินคาด ผมมีแผ่นเสียงของวงนี้ร่วม 10 แผ่น

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 08:41 น. »
ได้ไปดูการแสดงสดของ Kitaro และ Jon Anderson ที่สวนหลวง ร.9 และเล่นเพลงนี้ด้วย เพราะมาก เพราะผมเป็นแฟนของ Jon Anderson นักร้องนำวง yes วง progressive rock ชื่อดัง และ kitaro ที่ติดใจชุด Kojiki เสียงร้องของ jon ที่ออกแนวหวานบวกกับสไตล์ดนตรี new age ของ kitaro ที่ทรงพลัง หนักแน่น ยังจำได้เป็นอย่างดี เห็นคุณแก้วเอามาลงเลยนึกขึ้นมาได้เลยมาแชร์ประสบการณ์ด้วย

ตอนนั้นดูฟรีเพราะได้บัตรฟรีจากสปอนเซ่อร์ที่ขายรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง

ครับพี่ เสียดายช่วงนั้นเงินเดือนยังน้อย ยังไม่มีชุดหลักๆ มีแต่คอมโปฯ ช่วงนั้นกำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ตั้งตัว เวลามีงานเครื่องเสียงที ก็ได้แต่ไปยืนรอฟังว่าเค้าจะเปิดเพลงไรโชว์
ตา Jon Anderson นี่เสียงหวานดีทีเดียว เวลาร้องเพลงช้าๆ เห็นทีต้องหาวง yes นี่มาลองฟังแบบเต็มๆอัลบั้มสักที
แต่ที่แน่ๆ อัลบั้ม dream ของ kitaro นี่ถ้าเจอแผ่นต้องสอยสถานเดียว
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ deja

  • ชอบคุย
  • ***
  • กระทู้: 173
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 10:18 น. »
ได้ไปดูการแสดงสดของ Kitaro และ Jon Anderson ที่สวนหลวง ร.9 และเล่นเพลงนี้ด้วย เพราะมาก เพราะผมเป็นแฟนของ Jon Anderson นักร้องนำวง yes วง progressive rock ชื่อดัง และ kitaro ที่ติดใจชุด Kojiki เสียงร้องของ jon ที่ออกแนวหวานบวกกับสไตล์ดนตรี new age ของ kitaro ที่ทรงพลัง หนักแน่น ยังจำได้เป็นอย่างดี เห็นคุณแก้วเอามาลงเลยนึกขึ้นมาได้เลยมาแชร์ประสบการณ์ด้วย

ตอนนั้นดูฟรีเพราะได้บัตรฟรีจากสปอนเซ่อร์ที่ขายรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง

ครับพี่ เสียดายช่วงนั้นเงินเดือนยังน้อย ยังไม่มีชุดหลักๆ มีแต่คอมโปฯ ช่วงนั้นกำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ตั้งตัว เวลามีงานเครื่องเสียงที ก็ได้แต่ไปยืนรอฟังว่าเค้าจะเปิดเพลงไรโชว์
ตา Jon Anderson นี่เสียงหวานดีทีเดียว เวลาร้องเพลงช้าๆ เห็นทีต้องหาวง yes นี่มาลองฟังแบบเต็มๆอัลบั้มสักที
แต่ที่แน่ๆ อัลบั้ม dream ของ kitaro นี่ถ้าเจอแผ่นต้องสอยสถานเดียว

  ถ้าสนใจ Yes ขอแนะนำ ชุด Fragile กับ Close To The Edge  ครับ
  Going For The One  ก็น่าสนใจ   
  Drama  ก็เพราะ

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 10:37 น. »
ได้ไปดูการแสดงสดของ Kitaro และ Jon Anderson ที่สวนหลวง ร.9 และเล่นเพลงนี้ด้วย เพราะมาก เพราะผมเป็นแฟนของ Jon Anderson นักร้องนำวง yes วง progressive rock ชื่อดัง และ kitaro ที่ติดใจชุด Kojiki เสียงร้องของ jon ที่ออกแนวหวานบวกกับสไตล์ดนตรี new age ของ kitaro ที่ทรงพลัง หนักแน่น ยังจำได้เป็นอย่างดี เห็นคุณแก้วเอามาลงเลยนึกขึ้นมาได้เลยมาแชร์ประสบการณ์ด้วย

ตอนนั้นดูฟรีเพราะได้บัตรฟรีจากสปอนเซ่อร์ที่ขายรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง

ครับพี่ เสียดายช่วงนั้นเงินเดือนยังน้อย ยังไม่มีชุดหลักๆ มีแต่คอมโปฯ ช่วงนั้นกำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ตั้งตัว เวลามีงานเครื่องเสียงที ก็ได้แต่ไปยืนรอฟังว่าเค้าจะเปิดเพลงไรโชว์
ตา Jon Anderson นี่เสียงหวานดีทีเดียว เวลาร้องเพลงช้าๆ เห็นทีต้องหาวง yes นี่มาลองฟังแบบเต็มๆอัลบั้มสักที
แต่ที่แน่ๆ อัลบั้ม dream ของ kitaro นี่ถ้าเจอแผ่นต้องสอยสถานเดียว

  ถ้าสนใจ Yes ขอแนะนำ ชุด Fragile กับ Close To The Edge  ครับ
  Going For The One  ก็น่าสนใจ   
  Drama  ก็เพราะ
ขอบคุณน้า deja ครับ เดี๋ยวลองหาโหลดมาฟังก่อนครับ
ตอนนี้ได้ไฟน์เพลง kitaro - dream มาลองฟังแล้วครับ สุโค่ยๆ
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ old devil

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 626
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 10:51 น. »
Kitaro แนะนำ kojiki และ yes ชุด yesterday ลองฟังเพลง America ของ Simon & Garfunkel ที่เล่นโดยวงนี้ดู ส่วนชุดอื่นๆต้องเป็นแฟนตัวจริง จึงจะฟังได้ตลอดเช่น Tales From Topographic Oceans Drama etc.

ออฟไลน์ vichien

  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 8,585
  • ดูหนัง ฟังเพลง ตีแบด
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 11:09 น. »
Kitaro แนะนำ kojiki และ yes ชุด yesterday ลองฟังเพลง America ของ Simon & Garfunkel ที่เล่นโดยวงนี้ดู ส่วนชุดอื่นๆต้องเป็นแฟนตัวจริง จึงจะฟังได้ตลอดเช่น Tales From Topographic Oceans Drama etc.

kojiki อัลบั้มนี้ก็ชอบสุดครับพี่ มีแผ่นแรกๆตั้งแต่เล่นเครื่องเสียงเลยครับ

yes - yesterday เพลง America สุดยอดเลยครับ นั่งฟังยูทู้ปอยู่ เพลงยาวสะใจไปเลย :yoyo (81):
* Simply The Best ไม่ต้องสุดยอด พอเท่าที่หาได้ *

- Technics Su-V9 + Technics SU-7700II/His Phono + Nad 565bee + Mission mx-5 & Rega rp3 w/exact

ออฟไลน์ ktt

  • ผู้สนับสนุน
  • รุ่นใหญ่
  • *
  • กระทู้: 3,086
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 11:20 น. »
Kitaro ชุด Kojiki นี่ผมเปิดให้ลูกค้าฟังบ่อย โดยเฉพาะแทรค 5 เพลงชื่อ Nageki เพลงในแทรคนี้ถ้าเซ็ทลำโพงดี ๆ ช่วงต้นเพลงจะได้ยินเสียงลมวิ่งวนรอบห้องอยู่เหนือเพดาน ตั้งแต่ด้านหน้ามาด้านหลัง วนกลับไปกลับมาประมาณ 2 รอบ ได้ยินง่าย ๆ โดยไม่ต้องเพ่งฟัง ใครมีแผ่นนี้ลองเปิดฟังดูครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 11:23 น. โดย ktt »

ออฟไลน์ old devil

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 626
Re: เพลง นี้มีเบื้องหลัง มาดูกัน
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 23 พฤษภาคม 2019 เวลา 12:58 น. »
คุณแก้วกะผมเปิดหัวให้แล้วและมีหลายท่านเข้ามาร่วมแจม ทำให้เว็บค่อยคึกคัดขึ้นมาหน่อย ใครมีอะไรจะมาร่วมสนทนาก็เชิญด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยนะครับ

เสียอย่างเดียว ผมลืมวิธีลงรูป ลงคลิบอะไรพวกนี้และขี้เกียจศึกษาแล้ว เอาไว้คุยอย่างเดียวก็พอ อย่างน้อยมันก็ไม่หายไปไหนง่ายๆเหมือน ไลน์หรือเฟสบุ๊ก