ผู้เขียน หัวข้อ: ระบบไฟของห้องฟังเพลง  (อ่าน 654 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,579
  • Simple Man, Simple Dream
ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« เมื่อ: วันพฤหัสบดี 29 สิงหาคม 2019 เวลา 19:13 น. »
กำลังจะทำห้องฟังเพลงใหม่
โดยจะแยกตู้คอนโทรลออกจากระบบไฟบ้าน
อยากขอคำแนะนำเรื่องสายไฟกับเบรคเกอร์หน่อยครับ

สายไฟจากมิเตอร์หน้าบ้านไปยังตู้คอนโทรล ใช้สาย NYY ได้ไหมครับ ขนาดซักกี่ sq.mm.
สายไฟจากเซอร์กิตเบรคเกอร์ไปที่ปลั๊กผนังใช้แบบไหนครับ  ขนาดหน้าตัดกี่ sq.mm.

เมนเบรคเกอร์ RCCB ออดิโอเกรด ใช้ของยี่ห้ออะไรดี  ขนาดกี่แอมป์
ลูกเซอร์กิตเบรคเกอร์เช่นกันใช้ยี่ห้ออะไรดี  ขนาดกี่แอมป์  ใช้หนึ่งลูกต่อปลั๊กไฟ(ผนัง)หนึ่งจุดใช่ไหมครับ

 :yoyo(65):

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 29 สิงหาคม 2019 เวลา 20:45 น. »
-สายไฟต่อตรงจากตู็ไฟหน้าบ้านหรือเปล่าครับ ถ้าลากมาจากนอกบ้านต้องใช้ NYY เท่านั้น (แต่ปัจจุบันไม่มี NYY แล้ว มีแต่ IEC10 มาแทน)
-ขนาด 16 sq.mm. น่าจะพอ
-ส่วนตู้กับลูกย่อย ผมใช้ธรรมดาที่เกรดดีก็พอ แต่ไปเล่นที่เต้าเสียบในห้องก็พอ


****ระวังเรื่อง GROUND ROD นะครับ ศึกษาดีๆ บ้านแต่ละหลังควรมี 1 ชุดเท่านั้น ตามหลักวิศวกรรมไฟฟ้า *** แล้วไปทำ breaker switch ให้มี ground หรือ ไม่มี ground (กราวด์ลอย) จะมีประโยชน์กว่า *****

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,579
  • Simple Man, Simple Dream
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันศุกร์ 30 สิงหาคม 2019 เวลา 20:01 น. »
****ระวังเรื่อง GROUND ROD นะครับ ศึกษาดีๆ บ้านแต่ละหลังควรมี 1 ชุดเท่านั้น ตามหลักวิศวกรรมไฟฟ้า *** แล้วไปทำ breaker switch ให้มี ground หรือ ไม่มี ground (กราวด์ลอย) จะมีประโยชน์กว่า *****

 :yoyo(50): :yoyo(50): :yoyo(50):

no idea เลยน้า
ผมยังเข้าใจว่าตู้คอนโทรลของไฟบ้าน ก้อมีแท่งกราวด์ของตัวเอง
ส่วนตู้คอนโทรลของห้องฟังเพลง ในเมื่อแยกสายมาตั้งแต่ต้นทางที่มิเตอร์ไฟ จะทำแท่งกราวด์แยกอีกชุด

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:01 น. »
เรื่องระบบไฟฟ้าสำหรับห้องฟังเพลง มันมีแนวความคิดอยู่ 2 กลุ่มครับ
1) ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม จะมี Ground System (ก็ Ground Rod) ชุดเดียวภายในบ้าน
2) ถูกต้องตามความรู้สึกของเซียนเล่นเครื่องเสียง (บางคน) จะต้องแยกสายไฟ แยกระบบกราวนด์ ห้องฟังเพลง แยกออกมาเป็นชุดต่างหาก ต้องระวังมากๆ เพราะ คนในบ้าน รวมทั้งช่างไฟฟ้าคนอื่นๆจะคิดว่าเมื่อตัด Main Breaker ภายในบ้านแล้ว จุดอื่นๆจะไม่มีไฟ

แบบที่สองนี้ จะมีไฟฟ้าเลี้ยงที่ห้องฟังเพลงตลอดเวลา เผลอเมื่อไร ก็เมื่อนั้นครับ


แบบแรก เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก มั่นใจได้ว่า ถ้ามีปัญหาตอนที่เราไม่อยู่บ้าน ช่างไฟฟ้าทั่วไปสามารถดูแลได้

แบบที่สอง  การทำแบบนี้ ถือว่าเป็นการสร้างระบบไฟฟ้าภายในบ้านขึ้นมาอีก 1 ระบบ เสียงดีขึ้นหรือไม่ ผมตอบไม่ได้ ตอบได้แค่ว่า มักจะใช้ร่วมกับสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกลุ่ม Audiophile  ผมคิดเอาเองว่า (เน้นว่าคิดเองคนเดียวนะครับ) ที่เรารู้สึกว่าเสียงดีขึ้น ก็เพราะ color ที่มากับสายไฟกับอุปกรณ์ในกลุ่มนี้

ที่สำคัญ เมื่อเราแยกสายไฟฟ้าหลังหม้อไฟหน้าบ้าน เราจะต้อง cramp สายไฟฟ้าสองชุด (ของบ้าน กับ ห้องฟังเพลง)

จุดนี้น่าห่วงที่สุดครับ เพราะในระยะยาว สายไฟตรงนี้อาจจะหลวมได้ จะเกิด spark ตรงนี้ (ตอนทำใหม่ๆ ไม่มีปัญหาหรอกครับ) แต่ระยะยาวต้องระวังและดูแลตลอด ที่สำคัญ การทำแบบนี้ ผิดกฏหมายของการไฟฟ้า ต้องลุ้นว่า วันดีคืนดีเขาเข้ามาตรวจก็ต้องตอบให้ได้ เขาไม่ยอมให้ทำหรอก

ส่วนตัวแล้ว ผมเลือกแบบที่ 1 ครับ เพราะมั่นใจได้ว่า ถ้าเราไม่อยู่บ้าน จะไม่สร้างปัญหากับคนในบ้าน ที่ไม่รู้เรื่องระบบไฟฟ้า แถมถูกกว่าเยอะ แค่เลือกอุปกรณืไฟฟ้าแบบบ้านๆที่ใช้วัสดุเกรดดีๆก็พอ (ต้องหาเอาหน่อย พอหาได้ ถามวิศวกรไฟฟ้าจะบอกได้เลยว่ารุ่นไหนคุณภาพดีกว่า)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:10 น. โดย Moonoi »

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:03 น. »
ส่วนเรื่อง Ground System อยู่ที่เราแหละครับว่าจะปัก Ground Rod กี่ต้น จะทำเป็นสามเหลี่ยมไหม แต่ควรหา Earth Meter มาวัดความต้่านทานนะครับว่า ทำแล้ว นักเล่นมักชอบให้ความต้านทานไม่เกิน 1 โอห์ม  ส่วนผม ต่ำกว่า 2 โอห์มก็พอใจแล้ว (มาตรฐานการไฟฟ้า ถ้าความต้านทานต่ำกว่า 5 โอห์ม ถือว่าใช้ได้)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:23 น. โดย Moonoi »

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:16 น. »
คำถามคือ ถ้าเลือกทำแบบแรก แล้วจะเชื่อมต่อยังไง

1) จากตู้ Main Braker ก็ติด เบรคเกอร์ลูกย่อย 1 ตัว เพื่อเชื่อมต่อไปยังห้องฟังเพลง
2) สาย Ground เลือกทำได้สองแบบ
2.1) ต่อ Ground จากตู้หลัก หรือ
2.2) ในห้องฟังเพลงมี ตู้ breaker เองอีกตัว สามารถลากสาย Ground ตรงไปยังชุด Ground Rod ได้เลย (แบบนี้จะเรียกว่าทำ Star Grouding) แต่ในตู้ breaker ห้ามเชื่อม Nuetral กับ Ground เข้าหากันนะครับ (ห้ามเด็ดขาด) เพราะบ้านหนึ่งหลัง จะทำให้จุดที่ Ground เป็นศูนย์ได้เพียงจุดเดียว คือที่ตู้ Main Breaker



ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:17 น. »
เรื่องสุดท้ายคือ ในห้องฟังเพลง เราอยากทำ "กราวดน์ลอย" ที่เลือกเปิดปิดได้ด้วยหรือไม่ จะมีประโยชน์สำหรับเครื่องบางตัวที่มีเสียงฮัม

อันนี้ ผมไม่เคยทำ แต่รู้ว่า ต้องใช้ breaker สองชุด

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: วันอาทิตย์ 01 กันยายน 2019 เวลา 09:19 น. »
สำหรับผมแล้ว การทำระบบไฟฟ้าสำหรับห้องฟังเพลง มันจะให้ความสงัดของเสียงเป็นหลัก

ถ้าฟังแล้ว เสียงดีขึ้น หรือ แตกต่างก็แปลว่า สิ่งที่เราใส่เข้าไปมันก็เป็น COLOR ครับ (ผมคิดแบบนี้นะ)

ถ้าจะใส่ COLOR ผมไปใส่ที่ปลั๊กไฟหรือสายไฟจะดีกว่า ไม่แพงด้วย



หมายเหตุ : ผมเลือกใช้แค่สายไฟ Thai Yazaki แหละครับ Bangkok Cable ใช้ไปนานๆ ฉนวนมันเหนียว ปลอกยาก

ออฟไลน์ NooM

  • TAC
  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 7,629
  • คนที่อยู่ตรงกลางครับ???
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันจันทร์ 02 กันยายน 2019 เวลา 20:10 น. »
เรื่องกราวด์ของระบบไฟฟ้าในบ้านนี่ถ้าว่าตามหลักการแล้ว

ก็ตามที่น้าหมูเหลามานั่นล่ะครับ

แต่ทว่าระบบกราวด์นี่เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากตัวแปรมัน

เยอะเกินจะคาดเดา คนละบ้านก็คนละตัวแปร

บางครั้งตอกกราวด์เกินกว่า 1 จุด ก็อาจจะให้ผลลัพธ์ทางเสียงที่ดีกว่า

เอาเป็นว่าถ้าสามารถลองฟังเทียบกันได้ ระหว่างจุดเดียวกับสองจุด

( เหมือนบ้านผม ตจว.ก็กราวด์ 2 จุด )อันไหนสงัดกว่า รายละเอียดดีกว่า

ก็เลือกกันไป


ออฟไลน์ nuummie

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,446
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันจันทร์ 02 กันยายน 2019 เวลา 20:54 น. »
ผมที่บ้านเดินแบบที่ 1 ครับ เน้นความปลอดภัย แต่ชุด ground ลง 3 แท่ง แบบ delta ground ครับ

ลองศึกษาเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการเดินแท่ง ground 2 แท่งแยกกันในระบบไฟเมนเดียวกันนะครับ

https://drive.google.com/open?id=0BxKW1bdkPUYuTGYxRWV1a3phVmM

 :yoyo(55): :yoyo(55): :yoyo(55):
Living Room System: Analog : Michell Gyro SE w/ SME V / AT OC9 iii LE  / SAC SUT | Hanss T60 Black / Jelco 750L / Denon 102 / Schick / Denon 103R Midas Aluminium Body / Aesthetix Rhea -- Digital : Aurender S10  (m) ; Macmini (ssd + linear power supply) + Antelope OCX  (m)  / Weiss Minerva  (m) / SAC isolation transformer for DAC -- JR Continuum 500 / Genesis G5.3    
Home Theater : Dune Max / DVDO DUO / Panasonic AE4000 / Cinemike Marantz 7005 / W4S MMC7 / XTZ 100.49 and 100.33, iAV Muse Twin + Behringer 1124 / THX calibrated
Dining room system : iPad Tidal App / Hegal H160 / Wilson Sophia 3

ออฟไลน์ NooM

  • TAC
  • สมาชิกอาวุโส
  • *******
  • กระทู้: 7,629
  • คนที่อยู่ตรงกลางครับ???
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันจันทร์ 02 กันยายน 2019 เวลา 21:42 น. »
ผมที่บ้านเดินแบบที่ 1 ครับ เน้นความปลอดภัย แต่ชุด ground ลง 3 แท่ง แบบ delta ground ครับ

ลองศึกษาเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการเดินแท่ง ground 2 แท่งแยกกันในระบบไฟเมนเดียวกันนะครับ

https://drive.google.com/open?id=0BxKW1bdkPUYuTGYxRWV1a3phVmM

 :yoyo(55): :yoyo(55): :yoyo(55):

แน่นอนครับ คว่ามปลอดภัยต้องมาอันดับ 1

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,579
  • Simple Man, Simple Dream
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันพุธ 04 กันยายน 2019 เวลา 19:44 น. »
ผมที่บ้านเดินแบบที่ 1 ครับ เน้นความปลอดภัย แต่ชุด ground ลง 3 แท่ง แบบ delta ground ครับ

ลองศึกษาเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการเดินแท่ง ground 2 แท่งแยกกันในระบบไฟเมนเดียวกันนะครับ

https://drive.google.com/open?id=0BxKW1bdkPUYuTGYxRWV1a3phVmM

 :yoyo(55): :yoyo(55): :yoyo(55):

ขอบคุณครับน้า
ไล่อ่านไปบางส่วนแล้ว ยังงงๆอยู่ครับ  :yoyo(50):

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 05 กันยายน 2019 เวลา 18:08 น. »
ผมที่บ้านเดินแบบที่ 1 ครับ เน้นความปลอดภัย แต่ชุด ground ลง 3 แท่ง แบบ delta ground ครับ

ลองศึกษาเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการเดินแท่ง ground 2 แท่งแยกกันในระบบไฟเมนเดียวกันนะครับ

https://drive.google.com/open?id=0BxKW1bdkPUYuTGYxRWV1a3phVmM

 :yoyo(55): :yoyo(55): :yoyo(55):

ขอบคุณครับน้า
ไล่อ่านไปบางส่วนแล้ว ยังงงๆอยู่ครับ  :yoyo(50):

ยังจะงงอีกพักใหญ่ๆครับ แต่เดี๋ยวก็เข้าใจ

ออฟไลน์ Alfa156

  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,579
  • Simple Man, Simple Dream
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: วันศุกร์ 06 กันยายน 2019 เวลา 13:58 น. »
ลองสรุปไอเดียแบบคนที่ไม่มีพื้นความรู้ทางวิศวกรรมไฟฟ้า ดังนี้

จากมิเตอร์ไฟของ กฟภ.ที่เสาไฟหน้าบ้าน ลากสาย NYY 16 sq.mm. ไปยังตู้คอนโทรลไฟในบ้าน
ตู้คอนโทรลใช้ตู้เดียวคุมระบบไฟทั้งบ้าน โดยแยกเซอร์กิตเบรคเกอร์คุมไฟแสงสว่าง ปลั๊กไฟ แอร์ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น
แล้วแยกชุดปลั๊กไฟของห้องฟังเพลงไว้ต่างหาก คุมด้วย CB 1 ลูกต่อปลั๊กไฟผนัง 1 จุด
สายไฟจาก CB ไปยังปลั๊กผนังในห้องฟังเพลงใช้ขนาด 6 sq.mm. (Thai Yazaki ????)
แท่งกราวด์ทองแดงยาวซัก 2 เมตร ตอกฝังดินให้ลึก 50 cm

ผิดถูกยังงัย น้าๆช่วยแนะนำด้วยนะครับ  :yoyo(65):

ออฟไลน์ Moonoi

  • คุยเก่งมาก
  • *****
  • กระทู้: 1,803
  • Minimalist
Re: ระบบไฟของห้องฟังเพลง
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: วันศุกร์ 06 กันยายน 2019 เวลา 16:57 น. »
1) ตู้ Main Breaker ต้องใช้กับระบบไฟฟ้านอกบ้านด้วยไหม เช่นไฟรั้ว ไฟสนามหญ้า ถ้าใช่ ลองดูใน 1 ตู้หลัก แยกวงจรอิสระจากกันเป็นสองชุด เวลาเกิดความชื้น ตัว ELCB จะได้ตัดเฉพาะวงจรที่ใช้นอกตัวบ้าน
2) สายไฟเมนที่จะต่อไปตู้ Breaker สำหรับห้องเครื่องเสียง จะต่อเข้ากับ breaker ลูกย่อย 1 ตัว 6 sq.mm. พอใช้ครับ
3) การจัดเรียงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ให้เรียงพวกที่สร้าง harmonics ได้เอง แล้วมากวนระบบไฟฟ้าไปไว้ท้ายของตู้ Consumer Unit (ตู้เมน)  เช่น มอเตอร์เปิดประตู ตู้เย็น แอร์ และ เครื่องทำน้ำอุ่น
4) Ground Rod จะมีขนาด 1.8 หรือ 2.4 เมตร ต้องตอกให้มิดดินทั้งตั้น เลือกแบบแท่งทองแดงทั้งแท่ง (ไม่ใช่แบบเคลือบผิวด้วยทองแดง) ถ้ามีบริเวณ จะตอก Ground Rods 3 ต้น (เป็นสามเหลี่ยม) ก็ได้ แต่ระยะห่างระหว่างต้นต้องเป็น 2 เท่าขอความยาว Ground Rod เช่นถ้าเลือกขนาด 1.8 เมตร  แล้วต้องการตอก 3 ต้น แต่ละต้นต้องห่างกัน 3.6 เมตร (ที่ปลาย Ground Rod ทำท่อ PVC ครอบไว้ก็จะดี เพื่อตรวจเช็คว่าสาย ground ยังแน่นหนาหรือไม่ และสามารถใช้เติมน้ำใส่ เพื่อให้บริเวณ ground rod มีความชื้นสูง

คำถามคือ ทำไมต้องตอก 3 ต้น -->> เพื่อลดความต้านทานของดินให้ต่ำที่สุด (เราไม่รู้ว่าค่าความต้านจากดินที่ที่บ้านน้าเป็นเท่าไร) ถ้าหา Earth Meter มาวัดความต้านทานได้ จะดีมากๆ

5) ส่วนสาย ground จากตู้ไฟฟ้าในห้องฟังเพลง ทำได้สองแบบ
5.1) เชื่อมต่อ ground จากตู้ไฟฟ้าหลัก หรือ
5.2) เชื่อมต่อ ground จากตู้ไฟในห้องฟังเพลง ไปที่ ground rod โดยตรง แบบนี้ เราจะเรียกว่าการทำ Star Grounding

จะเลือกแบบไหนระหว่าง 5.1 หรือ 5.2 โดยวัดระยะสาย ground จากทั้งสองแบบ ไปยัง ground rod -->> แบบไหนที่ระยะทางสั้นกว่า เลือกแบบนั้น (เพื่อให้ลง ground ได้เร็วที่สุด -->> จะได้ความสงัด)

6) จากตู้ไฟฟ้าหลัก มาถึง ground rod(s) ควรหาบริเวณที่ลากสายได้สั้นที่สุด และเป็นบริเวณที่ดินมีความชิ้นอยู่สม่ำเสมอ ระบบ ground จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้าไม่ชื้น ก็เอาน้ำรดบริเวณ ground rod ก่อนฟังเพลงสักครึ่งชั่วโมง (ขอบอกว่า เสียงสงัดต่างกัน คนละเรื่องเลย)
7) ***สำคัญที่สุด **** ตู้ breaker ในห้องฟังเพลง ห้ามเชื่อม Nuetral กับ Ground เด็ดขาด บ้านหนึ่งหลัง มีจุดเชื่อมระหว่าง N กับ G ได้เพี่ยงจุดเดียว คือ ตู้ไฟฟ้าหลักของบ้านเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันศุกร์ 06 กันยายน 2019 เวลา 17:05 น. โดย Moonoi »