ผู้เขียน หัวข้อ: Welcome the the Music Streaming Revolution  (อ่าน 151 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ TMY168

  • ToMmY
  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,150
  • เพศ: ชาย
  • Multiple Eargasm ! ! !
Welcome the the Music Streaming Revolution
« เมื่อ: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 12:57 น. »
Welcome the the Music Streaming Revolution (29/10/19)

หมดยุคของการ load bit ไฟล์เถื่อนมาฟังกันแล้วครับ การมาของ Tidal Master (hi-res streaming music) ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงของผมและผองเพื่อนในกลุ่ม Tidal Thailand ไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยซื้อไฟล์หรือ CD/SACD มาฟัง ตอนนี้หันมาฟังจาก Tidal streaming music เป็นส่วนใหญ่เลยครับ จ่ายรายเดือนแค่ 258 บาท ก็สามารถเลือกไฟล์เพลงคุณภาพจาก studio แท้ๆ มารับฟังได้หลายล้านอัลบัม ที่น่าทึ่งที่สุดคือ คุณภาพเสียง ที่เรียกว่าไม่ได้ด้อยไปกว่า CD เลย และหลายๆชุดที่ลองฟังเทียบ คุณภาพเสียงจาก Tidal เสียงดีกว่าไฟล์ที่ผมริปมาจากแผ่น CD US อยู่มากครับ ยิ่งไฟล์ Tidal Master บอกได้เลยว่าส่วนมากเสียงดีที่สุดของชุดนั้นๆ (บางชุดมีหลาย version แต่ส่วนมากปกที่เป็นมาสเตอร์เสียงดีสุด)

เนื่องจาก streaming เป็นการเล่นเพลงในรูปแบบใหม่ เล่นก่อน รู้ก่อน ได้ฟังก่อน มันยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ ถ้ามัวแต่รอให้นิ่งแล้วค่อยเล่นก็คงจะไม่ได้เล่นครับ การเล่น music streaming ก็ไม่ได้ยากและซับซ้อนอย่างที่คิดครับ ขอให้มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็สามารถเสพเพลงกันได้อย่างไม่อั้น

การเล่นไฟล์และสตรีมมิ่งแบ่งได้ง่ายๆเป็น 2 แบบกว้างๆคือ 1) ใช้คอมพิวเตอร์และลงโปรแกรม (CAS = Computer As Source) และ 2) ใช้ music server / streamer เป็นต้นทางเลย

นอกจาก Tidal แล้ว ยังมีอีกหลายเจ้าที่ให้บริการ music streaming มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป เพลงที่มีให้ฟังก็ส่วนมากเหมือนๆกัน มีแตกต่างกันบ้างตามแต่ที่ Recording Labels ทำสัญญากับ serveice providers ผมใช้บริการของ Tidal, Qobuz และ Spotify

Spotify คุณภาพเสียงยังไม่เป็น CD quality เพราะ Spotify Premium Plan ดีสุดแค่ 320 kbps OGG แต่ playlist และการเลือกเพลงดีมากๆเลยครับ เพราะมี music curators คอยดูแล playlist ต่างๆ

Tidal เป็นตัวหลักที่ผมขอแนะนำเพราะคุณภาพเสียงที่ดีมากๆ สมัคร Tidal Hifi Plan สามารถรับฟัง CD quality (16/44.1 FLAC) และ hires 24 bit FLAC MQA คุณภาพเสียงดีมาก แต่ playlist ยังสู้ของ Spotify ไม่ได้

Qobuz ขอไม่กล่าวถึงมาก จะบอกเพียงว่า ไม่มีให้บริการในไทยอย่างเป็นทางการ แต่เสียงดีกว่า Tidal มาก และ Classical & Jazz catalog มากกว่า Tidal ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:53 น. โดย TMY168 »

ออฟไลน์ TMY168

  • ToMmY
  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,150
  • เพศ: ชาย
  • Multiple Eargasm ! ! !
Re: Welcome the the Music Streaming Revolution
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:48 น. »


Knowledge: การเล่นไฟล์เพลง (Part 1)

หลายท่านถามมาเรื่อยๆว่าอยากเล่นไฟล์เพลงจะเริ่มอย่างไรดี วันนี้ผมขอเล่าให้ฟังแบบง่ายๆก่อนครับ

Q1: จะเอาเพลงมาจากไหน?
แหล่งเพลงที่ถูกต้องตามกฎหมายมาได้จาก 1) เอา CD ที่มีอยู่มาริปเป็นไฟล์เพลง; 2) หาซื้อมาจากเว็ปที่ขายเพลง เช่น HDTracks, NativeDSD, 2L Records, etc. ส่วนมากจะเป็น hires audio; 3) music streaming service เช่น Tidal & Spotify (เป็นการจ่ายรายเดือน ฟังเพลงได้เป็นล้านๆชุด และเสียงดีมากด้วย) ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มเล่น ผมจะแนะนำให้เล่น Tidal ก่อนเลยครับ จ่าย 258 บาทต่อเดือนสามารถฟังเพลงได้ทั้ง CD quality และ high resolution (Tidal Master หรือ MQA นั่นเอง)

Q2: จะเล่นไฟล์อย่างไร?
การเล่นไฟล์เพลงแบ่งง่ายๆได้เป็น 2 แบบคือ
1. ใช้ computer เป็นต้นทาง (เรียกว่า CAS, Computer As Source) ลงโปรแกรมเล่นเพลง จะใช้ Mac หรือ PC ก็ได้ ต่อกับ DAC, Digital Audio Converter ด้วยสาย USB และจาก DAC ส่งออกมาเป็น analog L&R เข้าชุดเครื่องเสียงที่มี
2. ใช้ music server, music streamer, network audio player เป็นต้นทาง (ลืมเรื่องการใช้ computer ไปเลย) มีแบบทั้งที่มี DAC ในตัวหรือแบบแยกชิ้น ราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่นกลางๆไปจน 6 หลัก music server จะใช้ app ลงในโทรศัพท์หรือ tablet เพื่อควบคุม จะเป็น iOS หรือ Android ก็แล้วแต่ยี่ห้อของ music server นั้นๆ และ music server ต้องต่อเข้ากับ network ที่บ้านทาง LAN หรือ Wifi และที่ง่ายสุดคือ music server จะมี Tidal integration มาให้ใช้เล่นได้เลย เอา username & password ที่มี log in เข้าไปในเครื่องเลย

Q3: แล้วเล่นแบบไหนดีกว่ากันล่ะ?
คำถามนี้ต้องถามตัวเองว่าอยากจะเล่นแบบท่ายากหรือง่ายๆแล้วจบครับ
1. ใครที่มี PC/Mac อยู่แล้วสามารถเริ่มเล่นได้เลย หา DAC ที่เสียงถูกหูตามงบประมาณมาต่อ ลงโปรแกรมเล่นเพลงมีทั้งแบบฟรีและเสียตัง ส่วนมากแบบเสียตังจะเสียงดีกว่าและใช้งานง่ายกว่าแบบฟรี (Tidal app, JRiver Media Center, Audirvana Plus, Amarra 4 Luxe, Roon)
2. ส่วนใครที่ไม่อยากจะเปิดคอมพิวเตอร์ ก็คว้า phone/tablet มาเลือกเพลงเล่นได้เลยจากแอปสำหรับเครื่องเล่นไฟล์ในกลุ่ม music server ครับ

Q4: แล้วเลือก DAC อย่างไรดี?
DAC มีราคาหลักพันยันหลักล้าน เอาที่เหมาะกับงบประมาณที่ตั้งไว้และเสียงถูกหูครับ ไม่จำเป็นต้องเป็น MQA DAC ให้เลือกเอาแนวเสียงของ DAC ที่เสียงดีถูกหูที่สุด ผมว่าแนวเสียงของ DAC สำคัญกว่า MQA DAC หรือไม่ครับ (คหสต) DAC ที่ผมแนะนำเสมอคือของ Resonessence Labs (มีหลายรุ่น) เพราะเสียงดีเกินราคาค่าตัวไปมากครับ

Q5: แล้วเลือก Music Server อย่างไรดี?
เดี๋ยวนี้ music server เริ่มต้นราคาไม่แพง มีทั้งแบบที่มี DAC ในตัวหรือแบบแยก transport & DAC แบบแยกชิ้นรวมแล้วจะแพงกว่า ที่ร้าน Prestige Hifi มีให้เลือกหลายรุ่น แบบมี DAC ในตัวที่ตัวเล็กสุดคือ EC Living by Electrocompaniet RENA S1 อยู่ที่ 35,900 บาทและตัวใหญ่สุดคือ Aurender A30

ส่วนเรื่องเสียง ก็ต้องบอกว่าส่วนมากจะ “ตามราคา” ครับ อย่าเอา Toyota มาเทียบกับ Lexus หรือ  MB S Class ก็นุ่มสบายกว่า A Class เยอะครับ ถ้าปรกติอยู่บ้านฟัง CD Player ตัวละ 5 หมื่นบาทอยู่ ก็ยากที่จะมาฟัง DAC ตัวละหมื่นแล้วเสียงจะดีกว่าที่ท่านใช้อยู่ ต้องเปรียบเทียบตัวที่ราคาใกล้ๆกันครับ apple to apple ถ้าจะเล่นไฟล์เพลง ขอให้ลงทุนกับมันสักนิด streaming music มาแน่ๆครับ และมาแล้วด้วย ถ้าเลือกอุปกรณ์ที่ดีและเหมาะสม ท่านจะลืม CD ไปเลยครับ

ขอบคุณครับ
ToMmY (Prestige Hifi)
“กรูรู้เพราะกรูเล่นมาสักพักแล้ว”

Prestige Hifi @ Crystal Design Center อาคาร L3 ห้อง 209 (ซอย 10 ชั้น 2)
Tel: 0636384498
Line: @PrestigeHifi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:52 น. โดย TMY168 »

ออฟไลน์ TMY168

  • ToMmY
  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,150
  • เพศ: ชาย
  • Multiple Eargasm ! ! !
Re: Welcome the the Music Streaming Revolution
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:49 น. »


Knowledge: การเล่นไฟล์เพลง (Part 2) — CAS (Computer As Source) ใช้คอมพิวเตอร์เป็นต้นทาง


มาต่อกันด้วยการเล่นไฟล์เพลงโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นต้นทาง (CAS หรือ Computer as Source) การเล่นแบบนี้เราต้องมีอะไรมั่ง (ยาวหน่อยนะครับ)

#1 ตัว transport ก็คือเจ้าคอมพิวเตอร์นั่นเอง จะ Mac หรือ PC ก็ได้ เอาโปรแกรมเล่นเพลงลงครับ

#2 DAC (Digital Audio Converter) และสาย USB มีหลายยี่ห้อหลายระดับราคา เลือกเสียงที่ถูกหูเราในงบที่ตั้งไว้

#3 ไฟล์เพลงที่มี หรือง่ายสุดก็จะ stream จาก Tidal, Spotify ได้หมดถ้าสดชื่น

#4 สาย RCA/XLR ต่อส่งสัญญาน analog L+R ไปเข้าที่แอมป์เรา

การใช้งานแบบง่ายๆคือ
เปิดคอมพิวเตอร์
เปิดโปรแกรมเล่นเพลง
เลือกเพลง กดเล่น
sit back & enjoy the music!


*************************

ขยายความข้อ 1 เรื่องของคอมพิวเตอร์ — จะเลือก Mac หรือ PC ให้เอาตัวที่มีในบ้านก่อนไม่ต้องรีบออกไปซื้อ Mac มาใช้ เพราะส่วนมากผมจะเจอที่ว่าเริ่มเล่นไฟล์เพลงเป็นแล้ว จะมองหา music server มาแทน CAS (ฮา 555)  ส่วนตัวผมชอบใช้ Mac เล่นไฟล์เพลงเพราะผมว่ามันให้เสียงที่ดีกว่าแบบไม่ยุ่งยากมาก Windows ก็ใช้เล่นเพลงได้แต่ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับโปรแกรม Fidelizer เพื่อช่วยปิด precesses ของ Windows ที่ไม่ได้ใช้ เพื่อให้เสียงดีขึ้น จุดต่างอย่างนึงของ Mac และ PC คือ Mac มักจะเงียบกว่าเวลาทำงาน PC จะมีเสียงพัดลมทำงานบ่อยกว่า ส่วนเสป็คให้เลือกตัวที่แรงที่สุดในงบที่มีครับ RAM 8GB ก็พอแต่ถ้าได้ 16GB ก็ดีกว่า และ SSD เสียงดีกว่า เร็วกว่า HDD แบบหมุนครับ

ผมใช้ MacBook Pro เพราะใช้งานง่ายจบในตัว ลงโปรแกรม Audirvana (A, €65) และ Amarra Luxe (AL, $99) ก็สามารถเล่นเพลงได้มากกว่าล้านแปดชุดที่มีใน Tidal แล้ว ทั้งคู่มี Tidal build-in จะสตรีมก็ดีงามมาก สามารถทำ first unfold ของ Tidal Master (MQA) ได้ถึง 24/96 คหสต ผมว่า Amarra เสียงดีกว่า Audirvana มาก แต่โปรแกรมมันจะหน่วงๆกว่า ต้องใจเย็นกับมันหน่อยครับ แต่พอเพลงมานี่ขนลุกเลยครับ A มีข้อดีคือมี Audirvana Remote บน iOS ($9.99) ลงบน iOS ต่อกับ network เลือกเพลงจาก iDevices ได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องไปก้มๆเงยๆหน้าคอมพิวเตอร์ ส่วน Amarra ก็มี Amarra Play แต่มันก็จะหน่วงๆไม่ลื่นเหมือน Audirvana Remote โปรแกรมเล่นเพลงทั้งคู่มีให้ทดลองใช้ฟรี 2 อาทิตย์ ลองเล่นดูเทียบเสียงและการใช้งานกันดูครับ ลอง Audirvana ก่อนนะครับแล้วค่อยลอง Amarra (อ้อ! ยังมี JRMC & Roon อีก ที่มีทั้งบน Mac & PC) ส่วน Spotify ก็มีโปรแกรมของเค้าเองใช้บน Mac และ PC ด้วย สะดวกดีครับ offline เพลงไว้ได้ด้วย ทางฝั่ง Mac ไม่ต้องลง USB Driver ของ DAC ครับ

ส่วนฝั่ง Windows ผมลง J River Media Center ไว้เล่นไฟล์เพลง (JRMC, $59.98 สำหรับ Mac หรือ PC, Master License $79.98 ได้ทั้ง Mac, Windows และ Linux) และลงโปรแกรม Fidelizer ที่ทำให้เครื่องสงัดลงและเสียงดีขึ้นแบบไม่ต้องเงี่ยหูฟังนัก (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้บนเวป fidelizer.com ครับ) และลงโปรแกรม Tidal และ Spotify  ไว้เล่น music streaming ฝั่ง PC ต้องลง USB driver ของ DAC ตัวนั้นๆด้วยครับ

*************************

ขยายความข้อ 2 เรื่องของ Digital Audio Converer (DAC) — DAC มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักล้าน วิธีที่ผมเลือก DAC คือดูที่เสป็คก่อน ควรเล่นได้อย่างน้อย PCM 24/192 ส่วนตัวผมชอบ DSD ก็จะเลือกตัวที่เล่น DSD ได้ด้วย *** ที่สำคัญที่สุดคือแนวเสียงของมันต้องถูกหูเราครับ *** ถ้าตัวไหนฟังแล้วไม่ชอบให้ลองฟังตัวอื่นๆ DAC มีให้เลือกหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ละยี่ห้อก็จะมี house sound คือแนวเสียงของยี่ห้อนั้นๆจะไปในแนวทางเดียวกัน รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เสียงที่ได้ก็จะ “ตามราคา” ครับ การเลือก DAC มาใช้ผมจะแนะนำให้เอาราคา CD player ที่บ้านเป็นตัวตั้ง ควรหา DAC ในระดับราคานั้นๆ เดี๋ยวจะมาบ่นว่าเล่นไฟล์แล้วเสียงสู้ CDP ไม่ได้ ถ้าใช้ DAC ที่เสียงด้อยกว่ามาก (ฮา!) อีกข้อที่ควรดูคือ CDP รุ่นใหม่ๆอาจจะมี digital inputมาให้ด้วย ลองดูสเป็คของ CDP ที่ท่านมาก่อนว่าสามารถเอาคอมพิวเตอร์มาต่อเพื่อเล่นเพลงได้ไหม

ส่วนเรื่อง DAC จะต้องเป็น MQA DAC หรือไม่ คหสต ผมว่าไม่จำเป็นนัก แนวเสียงของ DAC ที่ถูกหูเราสำคัญกว่า MQA certification ครับ

เรื่องของสาย USB ก็ลองฟังดูครับ ถ้าฟังแล้วไม่ต่างคุณก็โชคดีมาก แต่ถ้าฟังเสียงแล้วเสียงต่างก็ขอให้พบสายที่เสียงโดนๆในราคาที่รับไหวครับ

*************************

ขยายความข้อ 3 เรื่องของไฟล์เพลง — ผมแนะนำให้ลอง Tidal Hifi ก่อนเลยครับ เป็น music streaming service ที่สตรีมไฟล์แท้ๆจากสตูดิโอ มีทั้ง CD quality และ hires ในราคาเพียง 258 บาทต่อเดือน ฟังกันทั้งวันหลายปีก็ยังฟังไม่หมดครับ ผมว่าเสียงดีมากครับ เพลงชุดไหนที่ชอบมากก็หาซื้อเป็น hires WAV มาเก็บไว้ฟังครับ

*************************


ส่วนเรื่องการต่อ คอมพิวเตอร์ต่อสาย USB มาที่ช่อง USB inputของ DAC และต่อสาย analog out ไปที่แอมป์ครับ เปิดโปรแกรมที่จะใช้เล่นเพลง ไปที่ setting หรือ preference แล้วเลือก DAC ที่ต่ออยู่ให้เป็น output device ถ้ามี exclusive mode ให้เปิดใช้งาน เพื่อให้เสียงที่ออกไปที่ลำโพงมาจากโปรแกรมเล่นเพลงอย่างเดียว

Happy listening ครับ ^_^
ToMmY (Prestige Hifi)
“กรูรู้เพราะกรูเล่นมาสักพักแล้ว”

Prestige Hifi @ Crystal Design Center อาคาร L3 ห้อง 209 (ซอย 10 ชั้น 2)
Tel: 0636384498
Line: @PrestigeHifi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:52 น. โดย TMY168 »

ออฟไลน์ TMY168

  • ToMmY
  • รุ่นใหญ่
  • ******
  • กระทู้: 2,150
  • เพศ: ชาย
  • Multiple Eargasm ! ! !
Re: Welcome the the Music Streaming Revolution
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: วันพฤหัสบดี 06 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:51 น. »


Knowledge: การเล่นไฟล์เพลง (Part 3) - Music Server / Streamer

Music server หรือ streamer มันก็คือ computer ที่ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เดียวคือ “เล่นไฟล์เพลงให้ได้เสียงที่ดีที่สุด ในงบประมาณนั้นๆ” การใช้ music server เล่นไฟล์เพลงน่าจะเป็นการเล่นไฟล์เพลงที่ง่ายที่สุดและเสียงดีที่สุดแล้วครับ กดปุ่มเปิดเครื่อง หยิบรีโมทมาเลือกเพลง กดเล่น Happy Listening!

Music Server System จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ
1. ตัว music server เอง
2. แอ็ปที่ใช้ควบคุม
3. ส่วนที่เก็บไฟล์เพลง (internal VS external storage)

บางเจ้าก็จะพัฒนามาทั้งเครื่องเล่นและแอ๊ปควมคุมพร้อมๆกัน (เช่น Auralic, Aurender, Lumin, Lindemann) ส่วนบางเจ้าก็จะทำแต่เครื่องเล่น ไม่ทำแอ็ป ต้องใช้ third party app จากคนอื่น ความเสถียรและ user friendliness ก็จะแตกต่างกันไป

Music server มีให้เลือกหลายยี่ห้อ หลายระดับราคา ผู้ผลิตแต่ละเจ้าก็มีหลักการในการออกแบบที่แตกต่างกันไป บางเจ้าเลือกที่จะใช้ internal storage ในเครื่องเพราะว่าเค้าสามารถควบคุม performance ได้หมดตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง บางเจ้าก็เลือกให้ใช้ external storage นอกเครื่อง (ไฟล์เพลงเก็บใน NAS หรือ Ext. HDD) บางตัวก็มี DAC มาด้วย รุ่นสูงขึ้นก็อาจจะเป็นแยกชิ้น music server transport & DAC หรือสุดๆไปเลยก็มี Master Clock แยกออกมาอีก เลือกใช้ตามงบประมาณและแนวเสียงที่ชอบครับ แนะนำให้ทดลองเล่นแอ๊ปที่ใช้ควบคุมเพราะมันคือจุดแรกที่เราจะต้องใช้งานมันบ่อยมาก ส่วนมากจะใช้งานได้ง่ายๆเลยครับ

Music server ต้องเชื่อมต่อเข้ากับระบบ home network ในบ้าน เพื่อให้ remote app สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องได้ music server บางยี่ห้อก็ต้องต่อผ่านสาย LAN อย่างเดียว เช่น Aurender, Lumin บางยี่ห้อก็สามารถต่อได้ทั้งผ่านสาย LAN และ wifi เช่น Auralic, Cary Audio, Naim จะต่อแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบ ต่อผ่าน LAN นี่จะเสถียรสุดๆครับ ส่วนการต่อผ่าน wifi ก็จะมีเรื่องคุณภาพของ wifi router เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

การควบคุมสั่งงาน เลือกเพลงต่างๆ ก็ควบคุมผ่านแอ๊ปของเค้าครับ ลงแอ๊ปบน iOS หรือ Android เชื่อเข้ากับ network ผ่าน wifi และเชื่อมต่อกับ music server ส่วนมากจะมี Streaming Service Integration มาในเครื่องเลยครับ Tidal log In บนแอ๊ปควมคุมได้เลย

กดปุ่มเปิดเครื่อง หยิบรีโมทมาเลือกเพลง กดเล่น Happy listening ครับ ^_^

ToMmY (Prestige Hifi)
“กรูรู้เพราะกรูเล่นมาสักพักแล้ว”

Prestige Hifi @ Crystal Design Center อาคาร L3 ห้อง 209 (ซอย 10 ชั้น 2)
Tel: 0636384498
Line: @PrestigeHifi